เตรียมถอนสัญชาติ-ดำเนินคดี 24 เคสหลักฐานชัด จดทะเบียนสัญชาติไทยมิชอบ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กทม. - กรมการปกครอง เร่งสอบการจดทะเบียนสัญชาติไทยโดยมิชอบ พบ 24 เคสมีหลักฐานชัด เตรียมเพิกถอนสัญชาติและดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงกรณีการสอบสวนข้อเท็จจริงและมาตรการแก้ไขปัญหาการจดทะเบียนสัญชาติไทยโดยมิชอบ ซึ่งกรุงเทพมหานครร่วมกับกรมการปกครองและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการตรวจสอบกรณีการจดทะเบียนสัญชาติไทยโดยมิชอบ เกี่ยวข้องกับการแจ้งเกิดที่มีบิดาเป็นคนไทยและมารดาเป็นชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกรณี "พ่อทิพย์" ที่พบความผิดปกติในการรับแจ้งเกิดและการออกสูติบัตร

เตรียมถอนสัญชาติ-ดำเนินคดี 24 เคสหลักฐานชัด จดทะเบียนสัญชาติไทยมิชอบ ผู้สื่อข่าว
เตรียมถอนสัญชาติ-ดำเนินคดี 24 เคสหลักฐานชัด จดทะเบียนสัญชาติไทยมิชอบ

สำหรับความคืบหน้าในการตรวจสอบ กรมการปกครองยืนยันว่า พบกรณีที่มีพยานหลักฐานชัดเจนแล้ว จำนวน 24 ราย ซึ่งสามารถดำเนินการตามกฎหมายได้ ขณะเดียวกัน กรุงเทพมหานครได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ และได้ดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแล้ว 1 ราย ซึ่งถูกให้ออกจากราชการ

ปัจจุบัน กรุงเทพมหานครได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงตั้งแต่ช่วงแรกที่เริ่มดำเนินการ และอยู่ระหว่างเร่งประสานงานกับกรมการปกครองเพื่อตรวจสอบจำนวนผู้ที่เข้าข่ายทั้งหมด เพิกถอนสัญชาติและสูติบัตรที่ออกโดยมิชอบ ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ที่อาจมีส่วนร่วมในการทุจริต และดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเด็กที่ได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบจะต้องถูกเพิกถอนสัญชาติ และกลับไปใช้สัญชาติของบิดามารดาตามข้อเท็จจริง

ในส่วนของการขยายผลตรวจสอบ ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปจำนวนผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดได้ เนื่องจากแต่ละกรณีมีลักษณะแตกต่างกัน จึงต้องตรวจสอบอย่างละเอียด โดยเฉพาะกรณีที่บิดาเป็นคนไทย มารดาเป็นชาวต่างชาติ บิดาคนเดียวกันมีบุตรกับหญิงต่างชาติหลายคน กรณีดังกล่าวถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงและต้องได้รับการตรวจสอบเป็นพิเศษ

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครได้สั่งการให้ทั้ง 50 สำนักงานเขต ตรวจสอบการรับแจ้งเกิดทั้งหมด โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามี 8 สำนักงานเขต ที่อาจมีประเด็นต้องตรวจสอบเพิ่มเติม นอกเหนือจากเขตธนบุรีที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครจะตรวจสอบแนวปฏิบัติของแต่ละสำนักงานเขต เนื่องจากมีวิธีดำเนินงานแตกต่างกัน เช่น บางเขตมีเจ้าหน้าที่เพียงคนเดียวเป็นผู้ประสานงานกับโรงพยาบาล ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการทุจริต บางเขตใช้ระบบรับบัตรคิวและสุ่มเจ้าหน้าที่รับเรื่อง ทำให้โอกาสสมยอมกันมีน้อยกว่า การตรวจสอบจะพิจารณาทั้งกระบวนการทำงานและข้อมูลทางทะเบียนควบคู่กัน

ในส่วนของประเด็นเกี่ยวกับโรงพยาบาลเอกชน กรุงเทพมหานครจะตรวจสอบเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐ ส่วนการตรวจสอบว่ามีการขายแพ็กเกจหรือชักชวนชาวต่างชาติมาคลอดบุตรเพื่อให้ได้รับสิทธิด้านสัญชาติหรือไม่นั้น เป็นหน้าที่ของกรมการปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อ

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครย้ำว่า การดำเนินการครั้งนี้ ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ชนชาติใดเป็นพิเศษ แต่เป็นการตรวจสอบกรณีของชาวต่างชาติทุกสัญชาติ หากพบการกระทำผิดกฎหมาย จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเท่าเทียม

สำหรับสาเหตุที่อาจทำให้เกิดปัญหาเบื้องต้นพบว่า ในบางกรณีเจ้าหน้าที่อาจไม่ได้มีเจตนาทุจริต แต่เกิดจากการเชื่อถือข้อมูลที่โรงพยาบาลส่งมา เนื่องจากเห็นว่าเป็นข้อมูลจากบุคลากรทางการแพทย์ จึงไม่ได้ตรวจสอบอย่างละเอียด อย่างไรก็ตาม หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ร่วมทุจริต จะดำเนินการทางวินัยและทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพราะถือเป็นความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้กำหนดมาตรการใหม่เพื่อเพิ่มความรัดกุมในการรับแจ้งเกิด ได้แก่ ตรวจสอบข้อมูลของบิดาที่เป็นคนไทยอย่างละเอียด เช่น จำนวนบุตร และมารดาของบุตรแต่ละคน เพิ่มระดับการตรวจสอบ โดยให้หัวหน้าฝ่ายทะเบียนหรือผู้มีตำแหน่งระดับชำนาญการพิเศษร่วมตรวจสอบและลงนามรับรองทุกกรณีที่มารดาเป็นชาวต่างชาติ ดำเนินมาตรการดังกล่าวทันที ก่อนที่กรมการปกครองจะออกแนวปฏิบัติใหม่อย่างเป็นทางการ

ในส่วนของการเพิกถอนสูติบัตรและสัญชาติสำหรับ 24 ราย ที่มีหลักฐานชัดเจน สำนักงานเขตจะดำเนินการ ดังนี้ เพิกถอนสูติบัตรที่ออกโดยมิชอบ ออกสูติบัตรใหม่ให้ตรงตามข้อเท็จจริง เพิกถอนสัญชาติไทยที่ได้รับโดยมิชอบ ส่วนกรณีที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ จะมีการ ระงับการเคลื่อนไหวทางทะเบียนชั่วคราว เพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงข้อมูลระหว่างสอบสวน หากผู้เกี่ยวข้องไม่มาให้ข้อเท็จจริงตามที่เรียก ก็จะดำเนินการเพิกถอนตามขั้นตอน พร้อมเปิดโอกาสให้ใช้สิทธิโต้แย้งตามกฎหมาย

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครและกรมการปกครองเห็นตรงกันว่าจะจัดตั้งคณะทำงานร่วม เพื่อให้การสืบสวนและแลกเปลี่ยนข้อมูลเป็นไปอย่างไร้รอยต่อ ทำให้สามารถดำเนินการทั้งด้านการเพิกถอนเอกสาร การดำเนินคดี และการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในการนี้มี นายรัฐวิช จิตสุจริตวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกฎหมาย สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ รองผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายธนิต ตันบัวคลี่ รองปลัดกรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมแถลงข่าวและให้ข้อมูล

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดตำนานกับเผ่าทอง ทองเจือ

เปิดตำนานกับเผ่าทอง ทองเจือ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ