เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเที่ยงวานนี้ ( 19ธ.ค.) บริเวณถนนกาญจนาภิเษกมุ่งหน้าพระราม2 ด้านหน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง สาขาบางบอน โดยภาพจากกล้องหน้ารถของรถที่ขับตามมาเผยให้เห็นนาทีที่รถเก๋งสีดำคันหนึ่งขณะกำลังขับอยู่เลนขวาสุด จู่ๆมีรถบรรทุกพ่วงหัวลาก22ล้อที่ขับมาฝั่งซ้ายสุดคล้ายกับขับตกร่องถนน ก่อนที่จะเสียหลักพุ่งเข้ามาฝั่งเลนขวา ตัวลูกพ่วงฟาดเข้ากับรถเก๋งสีดำที่กำลังวิ่งอยู่อย่างแรง
ทำให้รถเก๋งเบียดชนเข้ากับแท่งแบริเออร์ที่อยู่เกาะกลางจนมีผู้บาดเจ็บกระเด็นออกมาจากตัวรถ 2 คนคือผู้หญิงและเด็ก ส่วนคนขับติดอยู่ในรถ สภาพรถพังยับเยิน ทราบชื่อผู้บาดเจ็บที่อยู่ในรถเก๋งคันดังกล่าวคือ น.ส.ปรางทิพย์ คงเปี่ยม อายุ 32 ปี เป็นคนขับ น.ส.อลิสา บุญศรี อายุ 25 ปี น้องสาวคนขับ นั่งมาเบาะข้าง และ ด.ญ.อายุ 2 ขวบ ลูกสาวของ น.ส.อลิสา ที่นั่งมาเบาะข้างคนขับกับแม่ หลังเกิดเหตุคนขับรถบรรทุกคันดังกล่าวได้จอดรถทิ้งไว้และหลบหนีไป
น.ส.ปรางทิพย์ คนขับรถเก๋งสีดำ เปิดเผยกับทีมข่าวพีพีทีวีทางโทรศัพท์ว่า ก่อนเกิดเหตุเธอ น้องสาวและหลาน กำลังขับรถกลับบ้าน จ.สมุทรสงคราม หลังขับรถไปส่งแฟนหนุ่ม ซึ่งยืนยันว่าตลอดเวลาที่ขับอยู่เลนขวา ใช้ความเร็ว 80 กม./ชม จู่ๆเห็นรถบรรทุกที่วิ่งเลนซ้ายลักษณะเหมือนเสียหลัก แล้วพุ่งมาทางเลนขวาที่เธอขับอยู่แต่ตอนนั้นขับเบี่ยงไปไหนไม่ได้ เพราะอีกฝั่งเป็นแท่งแบริเออร์ จึงทำได้เพียงพยายามตั้งสติจับพวงมาลัยรถให้แน่น แต่คิดว่าตัวเองไม่น่ารอดซึ่งเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก
น.ส.ปรางทิพย์ ยังบอกอีกว่า หลังเกิดเหตุเธอ น้องสาวและหลานสาว ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด โดยเธอเองมีบาดเจ็บบริเวณนิ้วมือซ้ายเย็บ 10 เข็ม แผลบริเวณหัวเข่า บริเวณใบหน้ามีรอยฟกช้ำ ปวดศรีษะ และบริเวณซีกซ้ายตั้งหัวไหล่ แพทย์กำลังติดตามอาการเพิ่มเติม ส่วนน้องสาว หัวแตกเย็บ 10 เข็ม ถลอกตามตัว ปวดสะโพก แพทย์กำลังติดตามอาการเพิ่มเติมเช่นกัน ส่วน หลานสาว อายุ 2 ขวบ มือซ้ายเส้นเอ็นฉีกขาดต้องผ่าตัด หัวแตก มีอาการอาเจียนตลอดเวลา แพทย์รอเอ็กซเรย์สมองเพิ่มเติม
ขณะที่เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาเจ้าของบริษัทรถบรรทุกได้พา นายแพร ภูเชิดสาย อายุ 36 ปี ลูกจ้าง ที่ขับรถบรรทุกที่หลบหนีไปก่อนหน้านี้เข้ามอบตัวที่ สน.บางขุนเทียน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำกว่า 2 ชม. ก่อนนำตัวไปศาลแขวงบางบอนเพื่อดำเนินการเรื่องการยื่นประกันตัว
โดยหลังการสอบปากคำเสร็จสิ้นนายแพร ได้ยกมือไหว้ขอโทษสังคมและผู้บาดเจ็บ พร้อมเปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุกำลังขับรถไปรับสินค้า ย่านบางพลี จ.สมุทรปราการ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุตนขับอยู่เลนซ้าย ก่อนที่รถจะตกหลุมฝาท่อที่อยู่กลางถนนจนรถเกิดเสียหลัก ไถลออกด้านขวาของชนอัดกับรถเก๋งคันเกิดเหตุ ยืนยัน ขณะเกิดเหตุไม่ได้มีอาการมึนเมา ความเร็วที่ขับอยู่ที่ 60 กม./ชม. เท่านั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุจริงๆส่วนสาเหตุที่หลบหนี ก็เพราะความตกใจ คิดว่าจะหนีไปตั้งหลักก่อนเข้ามามอบตัว
ด้านนายวิฐิสิริ มิ่งแก้ว ผู้จัดการบริษัทรถบรรทุก นายจ้างของนายแพร เปิดเผยว่า ที่ผ่านมานายแพรทำงานขับรถบรรทุกกับบริษัทมา 10 ปี ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุมาก่อน ซึ่งหากดูภาพจากกล้องหน้ารถบรรทุกที่บันทึกไว้ได้ จะเห็นว่าขณะเกิดเหตุรถได้ขับตกหลุมเสียหลัก จนเบี่ยงไปชนอัดกับรถเก๋ง
ยืนยันรถบรรทุกของบริษัทสภาพปกติตรวจเช็คสภาพตามระยะที่กำหนดทุกครั้งส่วนผู้บาดเจ็บหลังเกิดเหตุตนได้เข้าไปเยี่ยมและขอโทษรวมทั้งจะรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด
ทีมข่าวลงพื้นที่เกิดเหตุคือบริเวณ ถ.กาญจนาภิเษก คู่ขนานทางด่วน 6 เลน มุ่งหน้าพระราม 2 โดยจุดเกิดเหตุเป็นถนนเลนด้านในขวาสุดติดกับแท่นแบริเออร์เกาะกลาง พบว่า ยังมีร่องรอยความเสียหายบริเวณแท่นบริเออร์อยู่ ซึ่งเมื่อขึ้นไปสำรวจบนสะพานลอย จะเห็นภาพมุมสูงว่าบริเวณจุดเกิดเหตุริมถนนด้านซ้าย เส้นทางที่รถบรรทุกคันดังกล่าวขับมาตลอดเส้นทาง มีหลุมฝาท่อตลอดแนวตามที่นายแพรกล่าวอ้างจริง ซึ่งแต่ละหลุมมีระยะห่างกันประมาณ 1 เมตร หากรถที่ขับมาในเลนซ้ายไม่มีความชำนาญเส้นทาง หรือ มองไม่เห็นก็อาจจะตกหลุมได้
ขณะที่ความคืบหน้าทางคดีภายหลังการสอบปากคำนายแพรเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปยังศาลแขวงบางบอนเพื่อให้ผู้ต้องหาดำเนินการยื่นขอประกันตัวตามความประสงค์ โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้ง 2 ข้อหา คือ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและหลบหนีการจับกุม