ภาพวงจรปิดวงจรปิดที่หน้าลิฟท์ ชั้น 1 ของทางเข้าคอนโดแห่งหนึ่งจังหวัดสมุทรปราการ จับภาพของนางสาวอินทุอร กอหาร อายุ 23 ปี ชาว จ.พิจิตร เดินกลับเข้ามาที่คอนโดคล้ายกับออกมาซื้ออาหารเพื่อกลับไปที่ห้องพักชั้น 7 เวลาประมาณ 22.45 น. จากนั้นเวลา 23.30 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี ได้รับแจ้งว่า มีหญิงถูกทำร้ายร่างกายอาการสาหัส พบร่างของนางสาวอินทุอร นอนจมกองเลือดในสภาพหมดสติตัวซีด มีบาดแผลถูกของมีคมแทงที่หน้าขาข้างซ้าย และตัดเส้นเลือดใหญ่ เจ้าหน้าที่ปั้มหัวใจแต่ไม่สามารถยื้อชีวิตได้ เสียชีวิตอยู่หน้าลิฟท์
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบกองเลือดเป็นทางออกมาจากห้องพัก โดยภายในห้องพบกองเลือด และร่องรอยการต่อสู้ที่พื้นห้อง ข้างเตียงนอนของผู้เสียชีวิต มีมีดทำครัวปลายแหลมยาวประมาณ 1 ฟุต เปื้อนเลือดตกอยู่ และยังพบรอยเท้าเปื้อนเลือดของคนร้ายเดินเท้าเปล่า หลบหนีลงบันไดหนีไฟชั้น 7 ลงมาจนถึงชั้นที่ 3 ของคอนโด เจ้าหน้าที่ได้ปิดล้อม และ ค้นหาตัวผู้ก่อเหตุ ใช้การแกะรอยจากคราบเลือดที่เท้าของคนร้าย ซึ่งพบว่ามีคราบเลือดเดินวนขึ้นลงหลายชั้น
สอบถาม นายวรวุฒิ ขวัญมา (เสื้อกล้ามสีน้ำเงิน แมสสีเขียว) เล่าว่า ได้ยินเสียงชายหญิงทะเลาะกันมีปากเสียงกันรุนแรง พบว่า มีผู้หญิงถูกแทง ตอนนั้นผู้ถูกแทงพอมีสติบอกว่า มีคนร้ายพังประตูเข้าไปทำร้ายและ ยืนยันไม่รู้จักคนร้ายแต่อย่างใด จากนั้นน้องก็หมดสติไปต่อหน้าจึงรีบแจ้งตำรวจมาช่วยเหลือ และพบว่าเสียชีวิตแล้ว
ขณะที่ นางสาวธิติมา (เสื้อสีดำ เบลอหน้าปิดบังพยาน) ซึ่งมีห้องพักชั้น 6 ใกล้กับห้องเกิดเหตุ เล่าว่า ตนเห็นเจอหน้าคนร้าย ได้ยินเสียงฝ่ายหญิงร้องขอความช่วยเหลือ จึงเปิดประตูออกมาดู พอหันไปทางบันไดหนีไฟพบว่า มีชายอายุประมาณ 20 - 30 ปี สูงประมาณ 160 ซม. ผิวคล้ำ สวมเสื้อกีฬา สีน้ำเงิน มีเลือดเปื้อนทั้งตัว พยายามวิ่งมาทางห้องตนเองแต่เจอหน้าตนเอง และแฟนหนุ่มทำให้คนร้ายอุทาน จากนั้นก็วิ่งลงบันไดหนีไฟลงไป
ด้านนายภานุพงษ์ ท้าวแก้ว (เสื้อเทา) อายุ 22 ปี แฟนเก่าผู้เสียชีวิต เดินทางมาให้ข้อมูลกับตำรวจว่า คบกับ ผู้เสียชีวิตคบหากันมาประมาณ 1 เดือนเศษ ก่อนเลิกลากันไปเมื่อ 1 อาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งตอนที่ตนมาพักอาศัยกับผู้เสียชีวิต ผู้เสียชีวิตก็เคยเล่าให้ฟังว่าห้องถูกงัดหลายครั้ง มีครั้งหนึ่งถูกงัดจนลูกบิดพังจนต้องแจ้งนิติให้มาเปลี่ยนใหม่
ล่าสุดขณะนี้ ตำรวจ จากสภ.บางพลี และจากส่วนกลางจังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 40 นาย และจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษของจังหวัดร่วมปฏิบัติการอีก 12 นาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกคนสวมใส่เสื้อเกาะ และยังคงปิดล้อม และขอตรวจสอบห้องพักแต่ละห้อง โดยขณะนี้ได้ทำการตรวจสอบไปแล้ว ประมาณ 40 ห้อง ซึ่งตามแผนวันนี้ จะต้องค้นทั้งหมด 220 ห้อง
ส่วนพยานที่พบเห็น ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ขณะคนร้ายหลบหนีลงมาทางบันไดหนีไฟจากชั้น 7 มาเจอพยานที่ชั้น 6 จากนั้นวิ่งหนีลงมาจนกระทั่งถึงชั้น 3 แล้วไปขโมยเสื้อที่ตากไว้ที่ชั้น 3 แล้วเดินวนขึ้นบันไดหนีไฟมาที่ชั้น 5 อีกครั้ง ซึ่งมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ไปพบเสื้อสีน้ำเงินเปื้อนเลือดและปลอกมีดของคนร้ายถูกทิ้งไว้ในชักโครกภายในห้องพักว่างเปล่าที่ชั้น 5 คาดว่าคนร้ายจะเข้าไปล้างตัวและเปลี่ยนเสื้อที่ขโมยไปเพื่ออำพรางตัวก่อนจะเข้าไปหลบซ่อนตัวที่ห้องใดห้องหนึ่ง ซึ่งการทำงานของเจ้าหน้าที่ค่อนข้างยาก เนื่องจากคอนโดแห่งนี้ถึงแม้จะมีทางเข้าออกทางเดียวก็ตามแต่ก็มีห้องพักถึง 10 และไม่มีกล้องวงจรปิดติดตามชั้นแต่อย่างใด นอกจากทางเข้าออกด้านล่าง ขณะที่ผู้พักอาศัยบางท่านเตรียมย้ายออกจากคอนโดเพราะหวั่นเรื่องความปลอดภัย โดยยังคงหวาดกลัวคนร้ายที่ยังจับกุมตัวไม่ได้ในขณะนี้
พ.ต.อ. วิโรจน์ ตัดโส ผกก.สภ.บางพลี เปิดเผยว่า คนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้เป็นคนที่พักอาศัยอยู่ในอาคารเดียวกันกับที่เกิดเหตุ ล่าสุดได้จึงสั่งให้ตรวจสอบคนเข้า –ออก จัดทำประวัติไว้ทุกคน ส่วนประเด็นของการก่อเหตุตั้งไว้หลายประเด็น ไม่ว่าจะเรื่องชู้สาว พยายามบุกข่มขืนแต่ผู้ตายขัดขืนจึงเกิดการต่อสู้รวมถึงประเด็นอื่น ๆ ที่อาจเกี่ยวข้อง