ข่าวแห่งปี 2564 : คดีสะเทือนสังคม เขย่าวงการสีกากี อดีต "ผู้กำกับโจ้"

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เมื่อผู้ร้ายกลายเป็นตำรวจ เพียงเพราะคลิป ๆ เดียว พาย้อนคดีอดีต "ผู้กำกับโจ้" หรือโจ้ถุงดำ ซ้อมทรมานผู้ต้องหาถึงแก่ความตาย บทพิสูจน์ที่ยังคงรอการพิพากษา

สะเทือนสังคมและเขย่าวงการสีกากีไม่น้อย เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2564 เพจทนายดัง "ษิทรา เบี้ยบังเกิด" เปิดคลิปที่อ้างว่าได้รับจากตำรวจชั้นผู้น้อยใน สภ.เมืองนครสวรรค์ เป็นคลิปกลุ่มชายฉกรรจ์หัวเกรียน คล้ายตำรวจ 7 นาย ใช้ถุงพลาสติกดำหลายใบ คลุ่มศีรษะผู้ต้องหา แล้วซ้อมอย่างทรมาน จนขาดอากาศหายใจไปต่อหน้าต่อตา ภายในห้องเชือดแห่งหนึ่ง ซึ่งไม่นานได้รับการเปิดเผยว่าห้องดังกล่าว คือห้องสอบสวน ฝ่ายปราบปรามยาเสพติด ฉก. 05 สถานีตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์

จากนั้นไม่กี่ชั่วโมงถัดมา ชายในคลิปก็เป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศ แน่นอนเขาคือ "ผู้กำกับโจ้" พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล ผู้กำกับการ สภ.เมืองนครสวรรค์ (ในขณะนั้น) ด้วยความที่เป็นนายตำรวจหนุ่มมาดดี อนาคตรุ่ง เพราะขึ้นตำแหน่งผู้กำกับตั้งแต่อายุไม่ถึง 40 ในวงการไฮโซจะรู้จักเขาดีว่า เขาคือ ผู้กำกับหนุ่มไฮโซ "โจ้เฟอร์รารี่"

แต่เหตุไฉนถึงได้ลงมืออย่างเลือดเย็น เป็นพฤติกรรมสุดโหด แม้เหยื่อจะเป็นผู้ต้องหายาเสพติด ท่ามกลางข้อครหาว่ากลุ่มนายตำรวจพวกนี้พยายามจะรีดไถเงินผู้ต้องหาหรือไม่ แต่หลังจากคลิปแพร่ออกไป เจ้าตัวเหมือนจะรู้ทัน หนีหัวซุกหัวซุนตั้งแต่วินาทีแรกไปกบดานที่ จ.ชลบุรี โดยจากข้อมูลระบุว่า มีรุ่นน้องที่ทำธุรกิจรังนกด้วยกัน มารอรับที่กรุงเทพฯ และติดต่อหาที่พักใน อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นเครือญาติกัน

ต่อมารุ่งขึ้น 25 สิงหาคม 2564 ตำรวจขอศาลนครสวรรค์ออกหมายจับ "ผู้กำกับโจ้" กับพวกรวม 7 คน ใน 3 ข้อหา อันได้แก่ 1.เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด 2. ร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด และ 3. ร่วมกันฆ่าผู้อื่น ทรมาน โดยกระทำทารุณโหดร้าย แต่นั่นก็ไม่วายมีคำถามค้างคาใจจากสังคม ว่า เหตุใดตำรวจถึงขอศาลอนุมัติออกหมายจับช้าแบบข้ามวัน ข้ามคืน ทั้งที่พยานหลักฐานมีให้เห็นแบบจะจะ ทั้งภาพ และเสียง

ด่วน!! ศาลอนุมัติหมายจับ "ผู้กำกับโจ้" และพวกรวม 7 คน คลิปมัดร่วมกันฆ่าโดยเจตนา

ล่วงมาวันที่ 26 สิงหาคม 2564  สังคมพุ่งเป้าไปที่ตัว "ผู้กำกับโจ้" ว่าจะมีข่าวเข้ามอบตัว หรือจะหงายไพ่ หนีออกนอกประเทศไปแล้ว ท่ามกลางการรอเฝ้ารอติดตามข่าวของคนทั้งประเทศว่า ท้ายที่สุดแล้ว เกมนี้ที่ตำรวจกลายเป็นผู้ร้ายเสียเอง จะลงเอยด้วยหนทางใด บ้างก็ลือว่า "ผู้กำกับโจ้" หนีออกไปทางประเทศเพื่อนบ้านแล้ว บ้างก็ลุ้นว่าอาจเตรียมเข้ามอบตัวแบบเงียบ ๆ แต่ไม่นานนัก ในช่วงเย็นวันเดียวกัน แหล่งข่าวจากกองปราบปราม เปิดเผยว่า "ค่ำนี้จะมีข่าวดี" พร้อมกระซิบว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เตรียมไปรับมอบตัว "ผู้กำกับโจ้" ที่กองปราบปราม และสอบสวนด้วยตัวเอง

ท้ายที่สุดในกระบวนการมอบตัว ก็เปิดเผยโดยตำรวจ พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รอง ผบช.ภ. 6 และทีมจับกุมให้ข้อมูลที่ตรงกัน ว่าแต่เดิมที "ผู้กำกับโจ้" ติดต่อจะขอเข้ามอบตัวตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 25 สิงหาคม 2564 แล้ว ด้วยเหตุผลที่ว่า เจ้าตัวอยากมอบตัวด้วยตัวเอง รุ่งขึ้นจึงนัดหมายกันที่หน้า สภ.แสนสุข จ.ชลบุรี เวลาประมาณ 16.00 น. โดย "ผู้กำกับโจ้" นั่งรถยนต์มา เดินลงจากรถแสดงตัวว่าคือ "ผู้กำกับโจ้" ชุดควบคุมตัวจึงนำตัวมาที่มากองบังคับการปราบปรามในทันที

พล.ต.ต.เอกรักษ์ ยังเปิดเผยต่ออีกว่า ในวันที่ได้คุยกันทางโทรศัพท์ "ผู้กำกับโจ้" เครียดมาก อยากจะกระโดดตึก 13 ชั้น ให้ตาย ด้วยประโยคที่ว่า "พี่ครับ ผมโจ้ครับ ผมไม่ไหวแล้ว ผมจะฆ่าตัวตาย" พล.ต.ต.เอกรักษ์ จึงได้เกลี้ยกล่อมทางโทรศัพท์ "ตายแล้วจะได้อะไร องค์กรตำรวจเสียหายมากแล้ว มึงเป็นลูกผู้ชาย มึงต้องมามอบตัว มารับผิดชอบในสิ่งที่ทำ ชี้แจงสังคม ทำแล้วต้องรับผิดชอบ" จึงเป็นที่มาที่ทำให้ "ผู้กำกับโจ้" ตัดสินใจมอบตัว รวมถึงลูกน้องนายตำรวจอีก 6 นาย ทยอยเข้ามอบตัวจนครบทุกนาย

คืนวันเดียวกัน ผบ.ตร. อนุญาตให้มีการแถลงข่าวผ่านการโฟนอินตอบคำถามของสื่อมวลชนนับร้อย ที่มารอทำข่าว ใจความว่า "ผู้กำกับโจ้" ยอมรับผิดเองทุกอย่าง ซึ่งลูกน้องอีก 6 คน ไม่รู้เห็นด้วย เพราะทำตามคำสั่งตนเท่านั้น ไม่มีเจตนา และยอมรับกับผลที่จะเกิดขึ้น เหตุที่ใช้ถุงพลาสติกมากถึง 6 ใบ เพราะไม่อยากให้เห็นหน้า ซึ่งยังย้อนแย้งกับพฤติกรรม เพราะเมื่อสื่อถามว่า หากไม่เจตนาทำไมถึงต้องถอดกล้องวงจรปิดทิ้งไป "ผู้กำกับโจ้" ยอมรับตรง ๆ ว่า ช็อกจนทำอะไรไม่ถูก เป็นมือใหม่ ไร้ประสบการณ์ พร้อมขอโทษสังคม ขอโทษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ยืนยันเจตนาดี ไม่อยากให้มียาเสพติดในเมืองนครสวรรค์ก็เท่านั้น

เมื่อนำตัว "ผู้กำกับโจ้" และลูกน้องกลับมาดำเนินคดีที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ "ผู้กำกับโจ้" ระบุว่า "ผมขออโหสิกรรม" ให้กับคนที่ปล่อยคลิป ก่อนจะถูกคุมตัวไปคุมขังและรุ่งขึ้น 27 สิงหาคม 2564 นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ณ ห้องที่เกิดเหตุ และนำตัวกลับมายังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพราะเมีคำสั่งให้โอนย้ายสำนวนมาในความดูแลของกองปราบต่อไป เพื่อสอบสวนและรอศาลพิพากษาตัดสิน

"ดีเอสไอ" ตรวจสอบพบ ลัมโบร์กีนี 46 ล้าน ของ "ผู้กำกับโจ้" โยงคดีรถหรู

แต่ในระหว่างนี้ ผบ.ตร. สั่งการขยายผลหาเส้นทางการเงินของ "ผู้กำกับโจ้" กลับพบว่ามีทรัพย์สินที่ได้มาจากรางวัลนำจับรถหรู กับการประมูลรถหรูมากถึงเกือบ 600 ล้านบาท และระหว่างนี้เริ่มมีข้อมูลปรากฏให้ตรวจสอบพฤติกรรมการรีดทรัพย์ผู้ต้องหาคดียาเสพติด ที่พบว่ามีผู้มาร้องเรียน 3-4 คดีด้วยกัน

ในคดีนี้ ศาลประทับรับฟ้อง 4 ข้อหาร้ายแรง โทษสถานหนัก "ประหารชีวิต" โดยเพิ่มข้อหาที่ 4 คือ เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดย "ทุจริต" ทั้งนี้ คดีนี้พนักงานสอบสวน กองปราบปราม ได้รวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ ไว้ในสำนวนค่อนข้างละเอียดครบถ้วน จากนี้คงต้องติดตามการนำสืบต่อในชั้นศาล แต่ "ผู้กำกับโจ้" ยอมรับแค่ 3 ข้อหา โดยปฏิเสธข้อหา "ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย" แม้ว่าจากนี้บทสรุปจะเป็นเช่นไร ทุกอย่างก็คงว่ากันไปตามตัวบทกฎหมาย แต่ก่อนจะถึงตอนนั้น ทุกคนก็คงได้เห็นแล้วว่าพฤติกรรม "ผู้กำกับโจ้" เป็นเช่นไร ผ่านกล้องวงจรปิดตัวนั้น..

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ