ทีมข่าวแทบจะเห็นในทุกวันในช่วงเช้าและช่วงเย็นที่ชาวกะเหรี่ยงที่ได้รับผลกระทบจากภัยสงครามและมาอาศัยอยู่ริมแม่น้ำเมยค่ามารับของบริจาคจากฝั่งไทย ครั้งนี้เรามีโอกาสได้พูดคุยกับชาวกะเหรี่ยงที่สามารถพูดภาษาไทยได้ เขาบอกว่า สิ่งของทึ่รับไปทั้งหมดจะนำไปแบ่งกับครอบครัวเพื่อประทัง สิ่งของส่วนใหญ่ที่นำมาให้นอกจากข้าวสารอาหารแห้งแล้ว ยังมีผ้าอนามัย และยารักษาโรคด้วยถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็น ชาวกะเหรี่ยงที่หนีภัยสงครามขอบคุณชาวไทยอย่างมาก
ชาวกะเหรี่ยงคนนี้บอกกับว่าผู้ที่อพยพมาริมแม่น้ำเมยคิดถึงบ้านทุกคนหากมีความสงบแล้วอ้อจะรีบกลับไป และก็อยากให้ชาวกะเหรี่ยงที่อพยพอยู่ในประเทศไทยกลับบ้านไปพร้อมกัน
ส่วนนี่ช่วงที่ทีมข่าวเราลงสำรวจบริเวณบ้านมหาวงศ์ ม.9 ต.มหาวัน อ.แม่สอด พบกับ พี่โอ๋ นางสาวสุนันทา กาวิน และคุณป้าแสงเทียน กาวิน พาทีมข่าวเราไปดูบริเวณชายแดนประเทศไทย โดยอธิบายให้เราฟังว่า บ้านของเขา ใกล้กับประเทศเมียนมาแย่างมาก มีเพียงแม่น้ำเมยกั้นเท่านั้น
ทั้งคู่เล่าให้เราฟังอีกครับว่าตั้งแต่เกิดเหตุการณ์การสู้รบในฝั่งประเทศเมียนมาชีวิตของคนครอบครัว ก็เปลี่ยนไป ต้องตื่นตัว เฝ้าระวังตลอดเวลา แม้เหตุความไม่สงบนี้มานานกว่า ครึ่งเดือน แต่ยังไม่ชินกับเสียงภัยการสู้รบ และต้องเฝ้าระวังมากขึ้นกว่าเพราะในบ้านมีเด็ก 6-7 อาศัยอยู่ด้วย
ช่วงก่อนเทศกาลปีใหม่แบบนี้ไปทุกปีเขาจะจัดกิจกรรมฉลองปีใหม่ด้วยการกินข้าวและนับถอยหลังและจุดพลฉลองเพื่อต้อนรับการสู่วันที่ 1 มกราคม ไปพร้อมกัน แต่ปีนี้ต้องปรับวิถีชีวิตใหม่อาจจะเป็นการกินข้าวในครอบครัวเล็กน้อย และแยกย้ายกันเข้านอน
นางสาวสุนันทา ยังเล่าให้ฟังอีกว่าเมื่อเช้าได้ยินเสียงการประทะกันระหว่างกองทัพเมียนมาและกองทัพกะเหรี่ยง ทำให้ช่วงสิ้นปีอย่างนี้ต้องจับต้องจับสู้รบที่จะส่งผลกระทบต่อชาวไทยอย่างใกล้ชิด