อุปกรณ์สำหรับทำไส้กรอก อย่างถังที่มีสารเคมีอยู่จนเต็ม และผลิตภัณฑ์ไส้กรอกแดง ลูกชิ้น และหมูยอ เป็นหนึ่งในของกลางจาก 32 รายการ ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และอย. ตรวจยึดมาได้หลังจากเข้าทลายแหล่งผลิตไส้กรอกมรณะ ในตำบาลบ้านสวน อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เมื่อวานนี้ จากการตรวจค้นพบหญิงคนหนึ่ง แสดงตัวเป็นเจ้าของกิจการโรงงานผลิต ยอมรับว่า ทำการผลิตโดยไม่ได้รับอนุญาต
เตือนภัย AirTags โจรก่อเหตุขโมยรถยนต์ อาศัยช่องโหว่ อุปกรณ์ติดตาม
และยังพบผลิตภัณฑ์ไส้กรอกหลายรายการตรงกับฉลากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับข้อมูลจากผู้ป่วยที่กินเข้าไปแล้วอาการผิดปกติ ซึ่งฉลากดังกล่าวก็ยังไม่ได้แสดงเลขอาหาร และเป็นการแสดงฉลากไม่ถูกต้อง
นอกจากนี้ยังพบสถานที่ผลิตไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ GMP ที่กฎหมายกำหนด รวมถึงมีข้อบกพร่อง ไม่มีการควบคุมการผลิต และผลิตออกมาภายภายใต้ 32 ยี่ห้อ สลับกันไปเรื่อยๆ ซึ่งพบแบบนี้มาต่อเนื่อง 5 ปีแล้ว แต่เพิ่งย้ายจากจังหวัดชลบุรีมาแล้ว 1 ปีครึ่ง
"เช็ก 5 อาการโอมิครอน" ที่แพทย์ตรวจพบในกลุ่มผู้ติดเชื้อโควิด
พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยว่า สำหรับเด็กที่กินไส้กรอกมรณะแล้วมีอาการป่วยมีทั้งหมด 9 คน กระจายอยู่ใน 5 จังหวัด โดยจากการสืบสวนพบว่า ไส้กรอกที่เด็กๆ กินเข้าไปมาจากแหล่งผลิตเดียวกัน กระจายจากโรงงาน ไปที่ตลาดนัดชลบุรี และตลาดมหาชัย และพ่อค้าแม่ค้ามารับไปขายต่อจนมีเด็กป่วยกระจายทั่วประเทศ
ด้าน นายแแพทย์วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการอย. ระบุว่า ในผลิตภัณฑ์มีการใส่สารกันเสียไนเตรทไนไตรท์ สูงกว่ามาตรฐานเกือบ 30 เท่า เพราะผู้ผลิตใช้วิธีการซักใส่โดยไม่ได้ชั่งตวง จนผลิตภัณฑ์บางชิ้นพบมีไนเตรทสูง 2,300 มิลิกรัม จากที่อนุญาต ห้ามผสมได้ไม่เกิน 80 มิลลิกรัมต่ออาหาร 1 กิโลกรัม
เบื้องต้นจะมีการดำเนินคดีในข้อหาความผิดตามพ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 สถานที่ผลิตอาหารไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการผลิตที่ดี โทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท และผลิตภัณฑ์อาหารแสดงฉลากไม่ถูกต้อง โทษปรับไม่เกินสามหมื่นบาท
ส่วนบรรยากาศที่ โรงงานผลิตไส้กรอกดังกล่าว ที่ ต.บ้านสวนอ.เมือง จ.ชลบุรี เช้าวันนี้ พบโรงงานดังกล่าวปิดเงียบยังมีคนอยู่แต่ประตูเหล็กปิดไม่มีใครออกมาให้ข้อมูลกับทางผู้สื่อข่าว
สอบถาม น.ส.ประกาย วงษ์สาหร่าย ชาวบ้าน เปิดเผยว่า โรงงานนี้ได้มาเช่าตรงนี้ประมาณ 3-4 เดือน แล้วก็มีมาทำลูกชิ้นทำไส้กรอก มีคนงานประมาณ 10 คน และเคยนำ ไส้กรอกมาให้ลองทอด และ นึ่ง พบว่า มีสีแดงผิดปกติ กลัวเป็นอันตรายจึงทิ้งไป ไม่ได้ให้ลูกกิน
ด้าน นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า โรงงานดังกล่าวไม่ได้มีการจดทะเบียนขออนุญาตก่อตั้ง จึงมีความผิดอยู่แล้วตอนนี้อยู่ระหว่างอยู่ในขบวนการสอบสวนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ด้านนายแพทย์เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองอธิบดีกรมอนามัย อธิบายว่า ปกติแล้วการทำไส้กรอกจะมีการใส่สารเคมี 2 ตัว คือ สารโซเดียมไนไตรต์ หรือโพแทสเซียมไนเตรท ซึ่งจะช่วยยืดอายุอาหาร และทำให้สีของไส้กรอกน่ากิน แต่ถ้าใส่มากเกินที่กำหนด ผู้บริโภคมีอันตรายได้ ทำให้เกิดภาวะเมทฮีโมโกลบินในเลือด
โดยภาวะเมทฮีโมโกลบินในเลือด เกิดจากร่างกายมีฮีโมโกลบินชนิดปกติ ทำให้ไม่สามารถจับออกซิเจนได้ จนร่างกายขาดออกซิเจน โดยเฉพาะในเด็กจะมีอาการเริ่มต้น เช่น เขียวปลายมือ ปลายเท้า ริมฝีปากคล้ำ หายใจลำบาก เหนื่อยง่าย เวียนหัว ปวดหัว อ่อนเพลีย จะเป็นลม และถ้ารุนแรงก็จะเริ่มหายใจหอบ หัวใจเต้นเร็ว เกิดภาวะเลือดเป็นกรด ชัก หมดสติ และเสียชีวิตได้ถ้ารักษาไม่ทัน
ส่วนข้อแนะนำสำหรับผู้ปกครองที่จะซื้อไส้กรอกในท้องตลาดให้ปลอดภัย นายแพทย์เอกชัยแนะนำว่า ให้สังเกตไส้กรอกที่สีไม่แดง หรือ ชมพูเกินไป เพราะหากมีสีที่จัดให้ตั้งข้อสังเกตไว้เลยว่า น่าจะใส่สารเหล่านี้มากเกินไป รวมถึงให้ดูที่บรรจุภัณฑ์ว่า มีสถานที่ผลิต วันหมดอายุ และเครื่องหมายรับรองคุณภาพอย่าง อย. และ มอก. หรือไม่
พบโควิด-19 โอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2 แล้วใน 57 ประเทศทั่วโลก