ทีมข่าวลงพื้นที่ชุมชนอนันต์สุขสันต์ ถ.เทพรักษ์ แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน พบจุดเกิดเหตุที่หญิงเร่ร่อนถูกทำร้าย อยู่ใกล้อู่ซ่อมรถแห่งหนึ่ง จากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่เล่าว่า ปกติแล้วหญิงเร่ร่อนคนนี้กับสามีจะมีพฤติกรรมชอบดื่มสุรา พอเมาก็ด่าทอกันหยาบคาย จนชาวบ้านไม่อยากยุ่งด้วย
ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า วันเกิดเหตุหญิงเร่ร่อนมีปากเสียงกับสามีเหมือนเคย ซึ่งมีกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุนั่งกินเหล้าอยู่ เธอจึงไล่ให้ให้ไปทะเลาะกันที่อื่น
เมื่อสามีหญิงเร่ร่อนออกไปหาของเก่า หญิงเร่ร่อนก็ไม่ยอมหยุด พาลด่าทอชาวบ้านหยาบคายไปเรื่อย กระทั่งเดินไปด่ากลุ่มวัยรุ่นที่ในขณะนั้น ย้ายไปนั่งกินเหล้าอยู่ภายในบ้านตัวเองแล้ว
คาดว่าขณะนั้นกลุ่มวัยรุ่นก็น่าจะเมาสุรา จึงตามออกมาทำทีจะทำร้ายหญิงเร่ร่อน จากนั้นหญิงเร่ร่อนได้วิ่งหนีไปทางหอพักแห่งหนึ่ง กลุ่มวัยรุ่นจึงกลับมานั่งกินเหล้าที่เดิม สักพักหญิงเร่ร่อนก็กลับมายั่วยุด่าทอวัยรุ่นอีกครั้ง กลุ่มวัยรุ่นจึงตามไปทำร้ายเป็นครั้งที่สอง
ด้านคนงานภายในอู่ชมรถ บอกว่า ก่อนหน้าที่หญิงเร่ร่อนมักเข้าไปนอนขวางบริเวณทางเข้า-ออก บ้านเจ้านาย รวมถึงชอบนำเศษขยะมาทิ้งกองไว้จำนวนมาก เจ้าของอู่จึงให้ตนเองนำสังกะสีมาปิดไว้ไม่ให้หญิงเร่ร่อนเข้าไปตั้งแต่วันอาทิตย์ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากก่อนหน้านี้หญิงเร่ร่อนและสามีเคยพักอยู่ฝั่งตรงข้ามอู่ที่เป็นจุดจอดรถลูกค้า แล้วเกิดไฟไหม้ขยะขึ้น จนรถลูกค้าเสียหาย
ขณะที่ นางบุษบา เหมือนครุฑ พี่สาวของ หญิงเร่ร่อน ที่ถูกทำร้าย บอกว่า น้องสาวตัวเองเป็นคนพูดจาเสียงดัง จึงอาจทำให้กลุ่มวัยรุ่นไม่พอใจเข้ามารุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งน้องสาวเราว่ากลุ่มวัยรุ่นข่มขู่ว่า หากไปแจ้งตำรวจจะฆ่าให้ตาย หลังจากเกิดเหตุน้องสาวตนเองไม่กล้ากลับไปอยู่ที่เดิม ตนเองสงสารน้องสาวจึงขอความช่วยเหลือไปยัง เพจสายไหมต้องรอด ก่อนทางเพจได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงมาช่วยเหลือ
เบื้องต้นพบว่าน้องมีรอยฟกช้ำทั่วร่างกาย ศีรษะแตกยาวประมาณ 5 ซม. มีคราบเลือดไหลทั่วใบหน้า ตาขวาบวมปิดสนิทและมีน้ำหนองไหลออกมา จึงส่งตัวไปรักษาอาการที่โรงพยาบาลภูมิพล ส่วนตัวมองว่าการกระทำดังกล่าวรุนแรงเกินกว่าเหตุ
สำหรับวัยรุ่นที่ก่อเหตุจากการสืบสวนพบว่ามี 2 คน ชุดสืบได้ติดต่อญาติให้เข้ามอบตัวโดยช่วงบ่ายที่ผ่านมา ผู้ต้องหาทั้งสองคน ได้เข้ามอบตัว และให้ปากคำ ที่สน.บางเขนแต่ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ทีมข่าว
พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เปิดเผยว่า ผู้ต้องหารับสารภาพว่า โดยอ้างว่าเป็นการทำร้ายร่างกายด้วยมือ ไม่มีการใช้อาวุธ ซึ่งสาเหตุมาจากปัญหาทะเลาะวิวาทที่มีมาก่อนหน้านี้ ก่อนมีปัญหาในวันเกิดเหตุอีกครั้ง จึงลงมือทำร้ายหญิงเร่ร่อนไปด้วยอารมณ์
ส่วนประเด็นที่ว่าผู้เสียหาย ถูกทำร้ายโดยการนำอาวุธมีดฟันเข้าที่หัวนั้น ตำรวจพบมีมีดดายหญ้าหนึ่งเล่มที่ยึดมาจากบ้านผู้ต้องหา และกำลังนำไปตรวจสอบ หากพบว่าเหยื่อมีบาดแผลที่เกิดจากอาวุธ ก็จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม จากข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายต่อไป