เป็นคลิปจากกล้องหน้ารถคันหนึ่ง ที่บันทึกนาทีที่รถทัวร์ ป.1 สาย กท. สุวรรณภูมิ ( ร้อยเอ็ด) หมายเลขทะเบียน 10-4428 ร้อยเอ็ด พุ่งชนแบริเออร์เกาะชน ก่อนจะชนตอม่อกลางถนนใต้สะพานต่างระดับ ถ.มิตรภาพ ต.ตลิ่งชัน อ.เมือง จ.สระบุรี อย่างแรงเสียงดังสนั่น
จนผู้โดยสารกระเด็นออกจากตัวรถพร้อมสิ่งของเกลื่อนถนน ทำให้คนในรถเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที 5 ราย และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีก 2 ราย ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าพบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย รวมมีผู้เสียชีวิต 8 ราย ส่วนยอดผู้บาดเจ็บ 22 ราย
สำหรับนายนรินทร์ หงษ์สา อายุ 31 ปีเป็นคนขับนั้นได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ปากแตก ฟันหัก 1 ซี่ ตอนนี้รักษาตัวอยู่โรงพยาบาลสระบุรี
ขณะที่วันนี้ 13 มี.ค. ตำรวจ ขนส่งและหลายหน่วยงานได้หารือกรณีที่เกิดขึ้น ก่อนลงพื้นที่ตรวจสอบรถที่เกิดเหตุอีกครั้ง โดยได้ตรวจดูสภาพล้อยางรถยนต์ และส่วนประกอบต่างๆ ของตัวรถที่อยู่ในสภาพพังยับเยินพบว่าส่วนทางด้านหน้าและหลังซ้ายของล้อรถ มีสภาพ ดอกยางค่อนข้างบาง จึงเก็บข้อมูลไว้เพื่อประกอบในการวิเคราะห์สาเหตุ
ด้านนางสมพร สิทธิการณา หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการ สำนักงานขนส่ง จ.สระบุรี เปิดเผยว่า จากข้อมูลรถทัวร์คันดังกล่าวเป็นร่วม ของบริษัทสหพันธ์ร้อยเอ็ดทัวร์ ได้วิ่งรับผู้โดยสารออกจาก สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด เช้าวานนี้ และได้แวะ ตรวจเช็กพอยส์ ความเร็ว 1 ครั้งที่สถานีขนส่ง จ.นครราชสีมาแห่งที่ 2 เมื่อเวลา 12.44 น. วันที่ 12 มี.ค. ไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด และได้ออกเดินทางต่อเข้า กรุงเทพ เมื่อเวลา 14.44 น. จากหลักฐานข้อมูลของGPS ตำรวจทางหลวง ทราบว่า ขณะรถทัวร์ดังกล่าววิ่งผ่านจุด ตำรวจทางหลวงทับกวาง อ.แก่งคอย ใช้ความเร็ว ไม่เกิน 80 ก.ม./ช.ม. ซึ่งไม่เกินกฎหมายที่กำหนด
ส่วนสาเหตุของอุบัติเหตุ ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ และรอให้พนักงานสอบสวน สอบปากคำคนชับที่ ถูกอายัดตัวยังนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล แต่เบื้องต้นพบว่าสาเหตุไม่ได้มาจากเรื่องยางระเบิดตามที่มีข่าวออกไปก่อนหน้านี้
ส่วนการดำเนินคดีกับคนขับเบื้องต้น มีความผิดจากการประมาททำให้ผู้โดยสารเสียชีวิต และถึงแก่ความตาย มีโทษปรับ 5 พัน และพักการใช้ใบอนุญาตขับขี่ แต่หากเป็นความผิดที่เกิดจากตัวรถ ส่วนควบของรถ (ชำรุด) ต้องเรียกผู้ประกอบการ มาสอบสวนดำเนินคดี มีโทษ ปรับ 500,000บาท
สำหรับการเยียวยาผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ทราบว่า มีบริษัทประกัน รับผิดชอบอยู่ เบื้องต้น ผู้เสียชีวิตจะได้ รับการชดเชยรายละ 5 แสนบาท หากที่สุดผลคดีว่าอุบัติเหตุเกิดจากการประมาท จะได้เพิ่มอีก รายละ 500,000 บาท และอื่นๆ อีก 100,000 บาท รวมราว 1 ล้าน 1 แสนบาท