โดยกล้องวงจรปิดของหมู่บ้านที่สามารถจับภาพเมื่อวันที่ 10 มี.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่มีกลุ่มชายฉกรรจ์ขับรถบุกไปถึงบ้านของ 2 สามีภรรยาผู้เสียหายหลายคัน โดย น.ส.กาญจนาภรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ภรรยา ระบุว่า 2 คนในกล้องวงจรปิด อ้างตัวเป็นตำรวจไซเบอร์ คนที่นั่งรถมากับคนใส่หมวกตัดผมเกรียน มีรูปร่างอ้วนและผอมสูง ส่วนคนที่อ้างตัวเป็นเจ้าของเว็บพนันพาพวกมาทั้งหมด 15 คน ซึ่งภาพในกล้องวงจรปิดขณะแลกบัตรเข้าหมู่บ้านเห็นหน้าอย่างชัดเจน
ก่อนที่บุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นตำรวจ พยายามดึงสามีขึ้นรถแล้วพยายามเจรจาขอเงินคืนขู่ว่าถ้าไม่คืนให้จะดำเนินคดี โดยห่วงความปลอดภัยของสามีจึงยอมคืนเงิน 4 แสนบาท พร้อมพระเลี่ยมทองมูลค่า 2 แสน
ทั้งนี้หากย้อนไปเมื่อช่วงปลายปี 64 น.ส.กาญจนาภรณ์ และสามีได้เริ่มเล่นการพนันออนไลน์เว็บพนัน เปิด 3 ยูสเซอร์ ลงทุนไปประมาณ 3-5 หมื่นบาท และช่วยกันเล่นกับสามี ทุกวันตลอดเวลา 2 เดือน จนได้เงินจากเว็บพนันดังกล่าวเป็นจำนวนเงินเกือบ 2 ล้านบาท หลังจากเมื่อวานนี้เรื่องดังกล่าวถูกเผยแพร่ไปในสื่อ บุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นตำรวจก็ได้โทรมาขู่อีกรอบตอนนี้ น.ส.กาญจนาภรณ์ และสามีจึงต้องย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดก่อนชั่วคราว และงดออกสื่อ
ด้าน ทนายตั้ม ระบุว่า ตั้งข้อสงสัยว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว มีตำรวจจากศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 จ.เชียงใหม่ แจ้งขออายัดบัญชี น.ส.กาญจนาภรณ์ อ้างว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน แต่ไม่ใช่เว็บพนันที่ น.ส.กาญจนาภรณ์ กับสามีเข้าไปเล่น ซึ่งก็เป็นที่น่าสงสัยว่าทำไมจู่ ๆ ถึงมีการอายัดบัญชีทั้งที่ทั้งคู่เป็นแค่คนเล่นไม่ใช่เจ้าของเว็บพนัน หลังเกิดเหตุสืบทราบแล้วว่าบุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นตำรวจ เป็นตำรวจจริง แต่การที่ตำรวจขออายัดบัญชีทั้งคู่และอ้างว่าเกี่ยวข้องกับเว็บพนันอื่นเพื่อเลี่ยงไม่ให้เว็บพนันเว็บจริงเข้ามาในสำนวน เพราะอาจจะเกี่ยวข้องกับบุคคลอื่น จึงควรตั้งกรรมสอบสวนเรื่องนี้ เพราะการกระทำของตำรวจคนดังกล่าว เข้าค่ายอุ้มตัว กักขังหน่วงเหนี่ยว และปล้นทรัพย์
ล่าสุด พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว ได้สั่งการให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพื่อพิสูจน์ทราบเรื่องราวที่มา พร้อมเร่งนำตัวกลุ่มคนดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว ในเบื้องต้นทราบว่า เรื่องดังกล่าวเกิดเหตุเมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2565 ที่ผ่าน ซึ่งผู้เสียหาย ได้ยืนยันสถานที่เกิดเหตุอยู่ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร
โดย หากปรากฏพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริงตามที่กล่าวอ้าง ได้สั่งการให้ดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญา อย่างเด็ดขาด หรือให้ลงโทษ “ไล่ออกจากทางราชการ” เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ทำเสียขวัญกำลังใจ แก่เจ้าหน้าที่ผู้ที่ประพฤติปฏิบัติดี และ หากเป็นกลุ่มคน ที่มิใช่ เป็นเจ้าหน้าที่จริงตามที่กล่าวอ้าง ก็เร่งติดตามมาดำเนินกฎหมายโดยเร็ว
ถอดรหัส "เป็นต่อ" เจ้าพ่อเว็บพนันใหญ่
สำหรับเครือข่ายเว็บพนันรายใหญ่ในประเทศไทย เกี่ยวข้องกับบุคคล ๆ หนึ่ง ใช้ชื่อในวงการว่า “เป็นต่อ” ตัวละครเอกจากละครโทรทัศน์ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเรื่องนี้มาอย่างช้านาน ว่ากันว่าชายหนุ่มคนนี้ วัย 40 ต้น ๆ มีทรัพย์สินระดับพันล้านบาท จากหลักฐานที่ทีมข่าว รวบรวมได้ในขณะนี้ รายงานได้เพียงว่า “เป็นต่อ” เป็นนักรักบี้ ได้โควต้านักกีฬา เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยรัฐชื่อดัง คณะวิศวกรรมโยธา จากนั้น “เป็นต่อ” เข้ารับราชการหน่วยงานหนึ่ง ในช่วงปี 2555 แต่ด้วยความที่เป็นต่อ มีความเชี่ยวชาญด้านการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ “เป็นต่อ” สามารถเขียนโปรแกรมบริหารจัดการเว็บไซต์พนัน ดีลกับเจ้ามือรายใหญ่ที่ประเทศเพื่อนบ้านได้
ทีมข่าวชี้เป้าว่า “เป็นต่อ” เปิดบริษัททำธุรกิจซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ ที่ประเทศกัมพูชา 2 บริษัท มีกรรมการบริษัท เป็นเพื่อนคนไทยและกัมพูชาอีก 2 คน โดยคนไทยรายนี้ ก็รับราชการเช่นกัน แต่คนละหน่วยงานกับเป็นต่อ
ปัจจุบัน “เป็นต่อ” เป็นเจ้าของธุรกิจหลายอย่าง นอกจากงานข้าราชการประจำแล้ว ยังมีบริษัทซอฟต์แวร์ ธุรกิจกลางคืน มีไลฟ์สไตล์หรูหรา ล่าสุด ได้ผันตัวมาเปิดกิจการตลาด ให้เช่าพื้นที่ขายของเพิ่มอีกทางหนึ่ง
มีรายงานข่าวว่า จากระบบซอฟต์แวร์ที่ “เป็นต่อ” เป็นต่อเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ เขาสร้างรายได้จากเว็บพนัน รวยระดับพันล้านบาท ในวัยเพียง 40 ต้น ๆ เท่านั้น