คลิปที่ผู้เสียหายกำลังสนทนากับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งโทรมาทวงเงิน โดยอ้างว่าเป็นเจ้าของรีสอร์ทแห่งหนึ่ง
ในจังหวัดปทุมธานี พร้อมบอกกับเธอว่า สามีของเธอพาผู้หญิงมาเปิดห้องที่รีสอร์ท เป็นเวลาถึง 4วัน ค่าห้องคืนละ 1,500 บาท รวมเป็นเงิน 6,000บาท ให้โอนเงินกลับมาให้ด้วย
ผู้เสียหายจึงได้โทรประชุมสายกับสามี ฝั่งสามีก็บอกว่าไม่รู้เรื่อง ไม่เคยพาสาวไปเข้าโรงแรม ผู้เสียหายก็บอกให้แจ้งมาเลยโรงแรมชื่อว่าอะไร ไปที่โรงแรมวันไหน เหตุการณ์เป็นอย่างไร
ฝั่งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ก็เล่าว่า พาผู้หญิงมาเปิดห้อง 4 วัน แล้วไม่รับผิดชอบเหรอ หนีกันออกไปไม่จ่ายเงิน ทำให้ต้องโทรมาทวงกับฝั่งเป็นภรรยาแทน
ล่าสุดทีมข่าวพีพีทีวี ได้พูดคุยกับผู้เสียหาย เธอเล่าว่า เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 30 มีนาคม มีเบอร์แปลกๆโทรเข้ามา ก่อนทวงเงินค่าห้องพักที่สามีไปเปิดนอนกับผู้หญิง แต่ทั้งคู่หนีออกจากรีสอร์ทโดยไม่ได้จ่ายเงิน แม้จะโทรศัพท์ไปทวงที่ผู้ชายและผู้หญิงที่มาใช้บริการแต่ก็ติดต่อไม่ได้ จึงต้องโทรมาทวงเงินที่ภรรยาแทน
ผู้เสียหายบอกอีกว่า ตอนแรกยอมรับว่าใจครึ่งหนึ่งเชื่อไปแล้ว แต่เมื่อเห็นหลักฐานที่แก็งคอลเซนเตอร์ส่งมาทางไลน์ ตั้งแต่บัตรประชาชน และภาพผู้หญิงที่อ้างว่าอยู่กับสามี ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดที่เป็นภาพนิ่ง 1ภาพ ก็ไม่ได้เห็นอะไรเลย เห็นเป็นเพียงด้านหลังของผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเป็นใครก็ไม่รู้ ประกอบกับโทรสอบถามสามี ซึ่งยืนยันว่าไม่เคยพาผู้หญิงไปเข้าโรงแรม มันไม่สมเหตุสมเหตุหลายอย่างจึงไม่หลงเชื่อและไม่ได้โอนเงินไป
หลังเกิดเหตุแก็งคอลเซนเตอร์คนดังกล่าว ก็โทรกลับมาหาอีกหลายครั้ง โดยเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ไปเรื่อย ครั้งล่าสุดโทรมาเมื่อเที่ยงวานนี้ แล้วมีการข่มขูว่าให้ดูแลลูกให้ดี แต่แก๊งคอลเซนเตอร์พูดไม่ค่อยชัด ไม่รู้ว่าว่า “รูปถ่าย” หรือ “ลูก”
เธอจึงกังวลว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์อาจจะนำข้อมูลส่วนไปหลอกคนอื่นต่อ จึงเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐานที่ สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่บอกว่า จะเรียกผู้เสียหายมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมยอมรับว่า ส่วนใหญ่มักจะตามตัวคนร้ายไม่ค่อยได้ เนื่องจากแก็งคอลเซนเตอร์ใช้วิธีโทรศัพท์จากต่างประเทศ ซึ่งไม่ได้ก่อเหตุอยู่ในเมืองไทย
หนุ่มงง! ถูกหมอปลาฟ้องหมิ่นประมาท ปมโพสต์เรื่องทำคอนเทนต์กับป้ารัตนา