เมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังมีการตั้งทีมเฉพาะกิจจากกรมตรวจสอบบัญชีสหกรณ์ ให้ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงการโกงเงินสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรฯให้ชัดเจน ปรากฏว่าที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ฯช่วงบ่ายวันนี้ นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เรียกผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงสมาชิกสหกรณ์ผู้เสียหาย เข้ามาชี้แจงความคืบหน้าทั้งหมด
เบื้องต้นพบว่ามูลค่าความเสียหายไม่ใช่แค่ 200 ล้านบาท ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในตอนแรก เพราะล่าสุดพบว่าเงินที่ถูกยักย้ายถ่ายเทออกไปรวมมูลค่าสูงถึง 491 ล้านบาท จากผู้เสียหายทั้งหมด 85 คน ซึ่งตัวเลขนี้ยังเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นได้อีก เพราะอยู่ระหว่างการตรวจสอบให้ครบถ้วนทั้งหมด
สำหรับพฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่ ๆ ยักยอกเงินออกไปจากบัญชีพบว่าเป็นการโกงไปแบบดื้อๆ ตรงไปตรงมา ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีใด ๆ โดยทำมาตั้งแต่ปี 2548
ผู้ก่อเหตุเป็นเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ฯจะเลือกดูบัญชีที่ไม่ค่อยมีความเคลื่อนไหว ส่วนใหญ่จะเป็นข้าราชการเกษียณอายุ ผู้สูงวัย ที่ไม่ค่อยได้ติดตามยอดในบัญชี หลังจากนั้นก็จะทำการปลอมแปลงเอกสาร ลายเซ็นต่าง ๆ ถอดเงินออกไป เมื่อถามว่าทำไมเจ้าของบัญชีไม่รู้ว่าเงินหายไป เป็นเพราะว่า เมื่อก่อนยังไม่มีระบบตรวจสอบทางออนไลน์ สมาชิกจะรู้ยอดเงินก็ต่อเมื่อนำสมุดบัญชีมาปรับ และเมื่อนำมาปรับก็ไม่รู้อีกว่าถูกยักยอกเงินไปแล้ว เพราะเจ้าหน้าที่จะใช้วิธีการ "พิมพ์มือ" กรอกตัวเลขไปในสมุดบัญชี ไม่เหมือนกับธนาคารที่ปริ้นออกมาจากระบบ และเมื่อถึงช่วงสิ้นปี สหกรณ์ก็จะส่งสรุปบัญชีสุ่มให้เฉพาะสมาชิกบางคนเท่านั้น
ขณะที่เมื่อวานนี้ (5 เม.ย.65) กรมตรวจสอบบัญชีสหกรณ์ได้เรียกผู้ตรวจสอบบัญชีที่เป็นเอกชนรับจ้างตรวจสอบบัญชีของสหกรณ์ในปีงบประมาณล่าสุดนี้มาชี้แจง ปรากฎว่าในรายงานตรวจสอบบัญชีพบว่าทำมาอย่างบกพร่อง รายงานข้อมูลไม่ครบถ้วน ส่วนจะจงใจบกพร่องเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ใครหรือไม่ยังไม่ทราบ หลังจากนี้จะตั้งคณะกรรมกาาตรวจสอบจริยธรรม โดยเรื่องนี้ น.ส.มนัญญา บอกว่ายอมไม่ได้ เพราะดูเหมือนบทลงโทษผู้ตรวจสอบบัญชีในปัจจุบันจะเบาเกินไป ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ ฝากให้ฝ่ายกฎหมายไปดูว่าจะเอาผิดถึงขั้น "ร่วมกระทำความผิดได้หรือไม่" เพราะถือว่าเป็นผู้ตรวจสอบ ก็ต้องรับผิดชอบด้วย
สำหรับเจ้าหน้าที่ ๆ โกงเงินสมาชิกสหกรณ์ฯ ล่าสุดตำรวจออกหมายจับแล้ว 2 คน ประกอบด้วย นางพวงทิพย์ สุทธิแย้ม ผู้จัดการสหกรณ์ ในฐานความผิด ร่วมกันลักทรัพย์นายจ้าง และอีกคนคือ นางศิริพร รัตนปราการ หัวหน้าฝ่ายการเงิน ถูกออกหมายจับในพฤติกรรมและฐานความผิดเดียวกัน
น.ส.มนัญญา ระบุว่า ตอนนี้สงสัยว่ามีคนส่งข่าวให้ผู้ต้องหา 2 คน รู้ว่าที่ประชุมวันนี้คุยอะไรกันบ้าง ดังนั้นฝากไปถึง 2 คนนั้นเลยว่า ตอนนี้รู้หมดแล้วว่าเส้นทางการเงินเป็นอย่างไร โอนไปให้ใครบ้าง รู้กระทั่งว่าเพิ่งจะซื้ออะไรไป ฉะนั้นถ้ารู้ตัวก็ให้รีบนำเงินมาคืน อย่าปล่อยให้ครอบครัวต้องเดือดร้อน
ขณะที่วันนี้สมาชิกสหกรณ์ผู้เสียหายได้เดินทางไปติดตามการประชุมหลายคน บางคนบอกว่าไว้เนื้อเชื่อใจผู้จัดการสหกรณ์ที่โกงเงินมาก เพราะรู้จัก คุ้นหน้าคุ้นตามาหลายปี บางคนบอกว่า เงินถูกถอนออกจากบัญชีมากกว่า 40 ครั้ง หลักหลายล้านบาท แต่ตัวเองไม่รู้ตัวมาก่อนเลย ขณะที่บางคนบอกว่าได้กลิ่นไม่ดีมาตั้งแต่การประชุมใหญ่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เพราะมีประเด็นเรื่องการต่ออายุผู้จัดการจาก 60 ปี เป็น 70 ปี และมีการแก้ระเบียบให้เปิดเผยเงินเดือนและโบนัสของผู้จัดการ ถึงได้รู้ว่า นางพวงทิพย์ สุทธิแย้ม ผู้จัดการสหกรณ์ ได้เงินเดือนสูงถึง 7 หมื่นกว่าบาท และโบนัสเกือบ 2 แสน ซึ่งโบนัสสูงกว่ารองประธานสหกรณ์เสียอีก
ส่วนนางศิริพร รัตนปราการ หัวหน้าฝ่ายการเงิน ผู้ต้องหาอีกหนึ่งคน ทีมข่าวได้รับข้อมูลว่าเป็นคนค่อนข้างมีฐานะ เป็นเจ้าของร้านอาหารหรูย่านเมืองเอก-รังสิต ทีมข่าวจึงติดตามไปดูพบว่าเป็นร้านใหญ่โต จึงโทรไปสอบถามกับเบอร์ที่ปรากฏอยู่หน้าร้าน พนักงานยอมรับว่า นางแมว หรือนางศิริพร เป็นเจ้าของร้านจริง ๆ แต่ไม่ได้เข้าร้านมาเป็นอาทิตย์แล้ว ไม่ทราบเหมือนกันว่าอยู่ที่ไหน
“แรมโบ้” ท้าสาบาน จับ “มังกรฟ้า” ไม่เกี่ยวหาทุนให้ พปชร.
สั่งให้ออกราชการไว้ก่อน ครูหื่นพานร.เข้าม่านรูด นายกฯย้ำ รร.ต้องปลอดภัยสำหรับเด็ก
สำหรับคดีนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะส่งเรื่องให้ ปปง.และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เข้ามาตรวจสอบเป็นคดีตัวอย่าง ส่วนผู้เสียหายทั้ง 85 คน ที่ถูกยักย้ายเงินออกไป 491 ล้านบาทนั้น ทางสหกุยืนว่าสมาชิกจะได้รับเงินคืนทุกบาทแน่นอน เพราะตอนนี้สหกรณ์มีเงินล้นบัญชีอยู่กว่า 600 ล้านบาท สามารถนำส่วนนี้มาชดเชยให้ได้ แล้วค่อยหาแผนการฟื้นฟูสหกรณ์ต่อไป