เมื่อวันที่ 4 เม.ย. 2565 นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีคำสั่งเมื่อช่วงเวลาบ่ายที่ผ่านมาว่า ให้ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ นางสุภาพร พิมลลิขิต รวบรวมรายละเอียดเงินที่ถูกยักยอกไปจากบัญชีสมาชิกทั้งหมดภายใน 2 วัน โดยจะเรียกประชุมกรรมการสหกรณ์ พร้อมปลัดกระทรวงเกษตรฯ วันที่ 6 เม.ย.นี้ ที่กระทรวงเกษตรฯ
ก่อนส่งคนร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง เพื่อดำเนินคดีทันทีกับข้าราชการที่ทุจริตอย่างถึงที่สุด เบื้องต้นมีบุคคลต้องสงสัย 2 คนเป็นข้าราชการหญิงระดับผู้จัดการและหัวหน้าฝ่าย
นางสาวมนัญญา ระบุว่า ตั้งแต่กรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์เข้าไปตรวจสอบ มีความไม่พอใจจากกรรมการสหกรณ์แต่ละแห่ง ทั้งที่ควรจะยินดีเปิดทางให้ แต่เมื่อถูกตรวจสอบก็พบการทุจริตภายในจริง ๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการบริหารจัดการยังมีช่องโหว่ และวันที่ 6 เม.ย. แม้จะเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ กรรมการสหกรณ์ก็ต้องมาชี้แจง โดยเปิดโอกาสให้สมาชิกในสหกรณ์เข้ารับฟังได้ด้วย เพราะเป็นสิทธิประโยชน์ที่ทุกคนต้องปกป้อง
ขณะที่นายโอภาส ทองยงค์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยว่า ได้ส่งผู้แทนฝ่ายนิติกรของกระทรวงเข้าแจ้งความที่สน. นางเลิ้งแล้ว เพื่อติดตามผู้ยักยอกทรัพย์ของสหกรณ์ไป โดยผู้ต้องสงสัยเป็นผู้ที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการฝากและถอนเงิน ซึ่งพบการปลอมลายเซ็นต์สมาชิกในการโอนเงินออกจากบัญชีออมทรัพย์ของสมาชิกหลายคน จำนวนเงินที่ตรวจสอบได้เบื้องต้นมีมากกว่า 100 ล้านบาท แต่ต้องตรวจสอบเพิ่ม
นายโอภาส กล่างต่อว่า คดีนี้ถือเป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ โดยไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของกระทรวงเกษตรฯ เนื่องจากการดำเนินงานสหกรณ์เป็นนิติบุคคลที่ไม่ใช่หน่วยราชการ ซึ่งผู้ใหญ่ในกระทรวงตั้งแต่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ และนายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ห่วงใยปัญหานี้อย่างมาก
ด้านนางสุภาพร พิมลลิขิต ประธานกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตร ฯ ได้ส่งสาร ถึงสมาชิกทุกคน โดยระบุว่า ตั้งแต่ที่ตรวจสอบเมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา แล้วพบเงินในบัญชีสมาชิกหายไปจำนวนมาก ซึ่งในวันตรวจสอบข้าราชการหญิง 2 คน ระดับผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายไม่มาทำงาน พบการปลอมลายมือชื่อสมาชิกถอนเงินและบันทึกข้อมูลในสมุดบัญชีคู่ฝากเป็นเท็จ แต่รายการอื่น เช่น มูลค่าหุ้น การกู้เงิน ไม่พบความผิดปกติ จึงประชุมด่วนเมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา ทางออนไลน์ ก่อนจะออกสารชี้แจงขั้นตอนดำเนินการและเรียกความมั่นใจต่อสมาชิกสหกรณ์ทุกคนอย่างละเอียด และยืนยันว่าเงินของสมาชิกทุกคนจะได้คืนครบตามจำนวนพร้อมดอกเบี้ย
อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ยังมีสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ หลายคนเดินไปทางไปตรวจสอบบัญชีตั้งแต่เช้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าราชการและอดีตข้าราชการ หลายคนพบว่าเงินในบัญชีตัวเองมีการยักย้ายออกไปจากบัญชีจริง ก่อนจะเดินหัวเสียออกไปจากสำนักงานสหกรณ์โดยไม่ให้สัมภาษณ์ใด
ข้อมูลจากผู้เสียหายคนหนึ่งว่า บัญชีของตนถูกยักยอกเงินออกไปจาก 13 ล้านกว่าบาท เหลือแค่ 9 หมื่นบาท และให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่ามีผุ้เสียหายถึง 40 ล้านบาท ต่ำสุด 4 หมื่นบาท ส่วนมากเป็นสมาชิกที่การเงินในบัญชีไม่เคลื่อนไหวเป็นเวลานาน หรือเปิดบัญชีออมทรัพย์เพื่อกินดอกเบี้ยปัจจุบันร้อยละ 3 ต่อปี ส่วนสมาชิกคนใดที่บัญชีไม่ถูกยักยอก ตอนนี้มีความไม่มั่นใจและยื่นความประสงค์ปิดบัญชีแล้วหลายคน
ขณะที่ความมั่นใจของสมาชิก เริ่มเกิดความกังวลต่อสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรฯ แล้วเวลานี้ โดยวันนี้หน้าเว็บไซต์ของสหกรณ์ออกประกาศติดกันถึง 6 ฉบับ ตั้งแต่ข้อกำหนดการปิดบัญชี ที่ต้องเงินในระบบตรงกับสมุดบัญชี ไม่มีหนี้สินหรือผู้ไม่มีภาระค้ำประกันกับสหกรณ์ และจำกัดวงเงินถอนได้ทุกบัญชีรวมกันไม่เกิน 4 ล้านบาท เพื่อป้องกันการขาดสภาพคล่อง
เอกสารล่าสุดประกาศเมื่อตอนบ่ายสองโมงขอปิดทำการ วันที่ 5 - 6 เมษายนนี้ ตามคำสั่งของกรมส่งเสริมสหกรณ์ และ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เพื่อตรวจสอบข้อมูลสมาชิก 100% และแต่งตั้งรักษาการถึง 2 ตำแหน่งคือผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายการเงินที่หายไปตัวไปตั้งแต่มีการตรวจสอบบัญชี
ส่วนผลดำเนินการของสหกรณ์ดังกล่าว มีรายงานล่าสุดข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม มีสมาชิก 4,439 ราย ทุนดำเนินการ 2,823 ล้านบาท เงินฝาก 1,049 ล้านบาท