ครูสอนภาษาอังกฤษผิด ผู้ปกครองเปิดไมค์ท้วง เจอตอบกลับ “ไม่โอเค” แถมหยุดสอนต่อ


โดย PPTV Online

เผยแพร่




กลายเป็นดราม่าร้อนสำหรับการเรียนออนไลน์ที่ เมื่อผู้ปกครองคนหนึ่งออกมาเปิดเผยปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างพาหลานป.2 เรียนภาษาอังกฤษ และพบว่าคุณครูสอนผิด จึงท้วงติงกลางห้องเรียนออนไลน์ แต่แทนที่ครูจะแก้ไขกลับแสดงท่าทีประชดประชัน พร้อมถามกลับว่าเป็นผู้ปกครองของเด็กคนไหน

นักเรียนกรี๊ดลั่นห้องตัวเงินตัวทองบุกห้องเรียน

‘เรียนออนไลน์’ แค่ปลายเหตุ ถึงเวลาปฏิรูปการเรียนรู้บนฐานสมรรถนะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โพสต์เฟซบุ๊กที่ผู้ปกครอง ของเด็กนักเรียนป.2รายหนึ่ง เล่าว่า คุณครูสั่งการบ้านให้นักเรียนแปลประโยคภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ คือ เธอมีมะม่วง 16 ผล และ เธอมีปลา 12 ตัว แต่ปรากฏว่าคุณครูเฉลยผิดด้วยการที่แปลประโยคเป็น Her has sixteen mangoes และ Her has twelve fishes ซึ่งคาดว่าคุณครูน่าจะเข้าใจผิดระหว่างคำว่า Her คำสรรพนามที่เป็นกรรม และคำว่า Her ที่เป็น Possessive Adjective เพื่อใช้แสดงความเป็นเจ้าของ เธอจึงได้ทักท้วงไปแต่กลับได้รับการตอบกลับจากคุณครูว่า “ไม่โอเค”

โดย น.ส.เอ (นามสมมติ) น้าสาวของนักเรียนคนดังกล่าว ให้สัมภาษณ์ทีมข่าว PPTV ว่า หลานเรียนอยู่ชั้น ป.2 ช่วงเรียนออนไลน์ได้ช่วยดูแลหลานเพราะแม่ของหลานต้องทำงาน ซึ่งหลังเห็นว่าครูสอนผิด ด้วยความที่คุณครูกำลังสอน จึงไม่ได้ทักไปส่วนตัว เพราะกลัวว่าครูจะไม่อ่าน ซึ่งตอนนั้นครูกำลังให้เด็ก ๆ เริ่มท่องประโยคที่เฉลยผิด ตนจึงได้โทรไปถามเพื่อนว่าครูสอนผิดใช่หรือไม่ ซึ่งเพื่อน ๆ หลายคนก็ยืนยันว่าใช่ จึงเปิดเปิดไมค์ขณะที่ครูกำลังสอนบอกว่าในรูปประโยคนี้ คำว่า Her ไม่สามารถเป็นประธานของประโยคได้ ต้องเป็นคำว่า She เท่านั้น

จากนั้นครูก็ท้วงกลับมาว่า ครูสอนคำว่า My (ของฉัน) เลยสอนคำว่า Her (ของเธอ) และต่อไปครูจะสอน He She it (ประธานเอกพจน์) ซึ่งเป็นการทำตามแผนการสอน ส่วนเด็กที่ไม่ได้เรียนห้อง EP (English Program) จะสอนกันแบบนี้ เหมือนครูกำลังบอกว่า หากลูกหลานไม่ได้เรียนห้อง EP แบบโรงเรียนแพง ๆ ก็ต้องเรียนกันแบบนี้ ยิ่งทำให้ตนรู้สึกไม่พอใจ จึงทักท้วงไปใหม่ว่า ครูต้องไม่สร้างความสับสนให้นักเรียน ครูเลยตอบกลับมาว่า ครูรู้สึกไม่โอเคและไปไม่เป็น ครูพยายามบอกให้เปิดวิดีโอคอลและถามว่าเป็นผู้ปกครองของเด็กคนไหน แต่ตนปฏิเสธเพราะไม่สะดวก ก่อนที่จะเงียบและหยุดสอน ขณะที่ผู้ปกครองบางส่วนที่อยู่ในห้องเรียนออนไลน์ได้เปิดไมค์บอกครูว่าสู้ ๆ ทำให้รู้สึกงงว่าให้สู้กับอะไร ในเมื่อทักท้วงในสิ่งที่ผิดแก้ให้ถูกต้อง

“เรารู้สึกว่าเด็กไม่น่าจะได้เรียนอะไรที่มันผิดเราจึงเปิดไมค์พูดกับครูอันนี้ขอยืนยันว่าเราคุยกับเขาด้วยคำสุภาพ เราบอกเขาว่าคุณครูขา คุณครูเฉลยผิดหรือเปล่าเพราะว่า Her has มันใช้กับกรรมนะ มันจะต้องใช้ประธานเป็นพวก He She It คุณครูก็ได้ให้เหตุผลมาว่า ก่อนหน้านี้คุณครูสอน My ที่แปลว่าแสดงความเป็นเจ้าของ สอน My แล้วก็จะตามมาสอน Her หลังจากนั้นจะไปสอน He She It ซึ่งเป็นประธาน ซึ่งเราก็ งง ว่า คือปกติเราจะต้องสอนประธาน He She It ก่อนแล้วค่อยไป Her ไป My ซึ่งเราก็โอเคเข้าใจในเมื่อเขาจะสอนแบบนี้” ผู้ปกครองกล่าว

ทีมข่าวพูดคุยกับ “ครูนุ่น” ณัชชานันท์ เลียงอรุณวงศ์ ครูสอนภาษาอังกฤษออนไลน์ชื่อดัง เจ้าของเพจ English AfterNoonz โดยให้ความเห็นเรื่องนี้ว่า เข้าใจทั้งสองฝ่ายทั้งผู้ปกครองที่ต้องการให้ลูกหลานได้เรียนในสิ่งที่ถูกต้อง ในส่วนของครูสิ่งสำคัญที่สุดคือความถูกต้องในการถ่ายทอดความรู้ให้กับนักเรียน ซึ่งจะต้องเตรียมพร้อมก่อนมาสอน แต่ก็เข้าใจว่าภาษาอังกฤษอาจไม่ใช่ภาษาของเราก็ทำให้ครูผู้สอนต้องเตรียมตัวมากขึ้นไปอีก และหากเกิดความผิดพลาดในระหว่างการสอนอย่างในกรณีนี้สิ่งที่ครูต้องทำเป็นอย่างแรกคือการยอมรับผิด ขอโทษ และแก้ไขให้เร็วที่สุด

“การที่เราเป็นครู แล้วเราสอนสิ่งที่ไม่ถูกต้องไปพอมีคนท้วงติงถือว่าเป็นเรื่องที่ดี นุ่นมองว่าการที่เรารู้ เพราะนุ่นก็เคยเจอ เหมือนกันบางครั้งที่แบบอาจจะด้วยวันนั้นเราสมาธิหลุดไปแล้วพูดผิดไปหนึ่งคำพอมีคนบอก หรือพอมีคนเอ๊ะอะไรนะ เราก็จะจับได้แล้วเมื่อกี้ทำอะไรไปตายแล้วจริงด้วยสิ่งสำคัญคือไม่จำเป็นต้องแก้ตัวแก้ไขเลยอย่างแรกขอโทษก่อนเลยแล้วแก้ไขให้เร็วที่สุด บอกเลยว่าเมื่อสักครู่นี้ไม่ใช่พูดผิดไปต้องเป็นแบบนี้ อันนี้คือสิ่งที่จะทำให้สถานการณ์มันดีขึ้นบวกกับว่ามันส่งผลกับคนเรียน” ครูนุ่น กล่าว

ครูนุ่น ระบุอีกว่า หลักการสำคัญของการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเรียน EP (English Program) จึงจะได้เรียนตามหลักภาษาที่ถูกต้อง แต่ทุกคนที่เรียนภาษาอังกฤษควรได้เรียนในสิ่งที่ถูกต้อง

สำหรับการเรียนการสอนที่อาจเกี่ยวโยงกับทักษะภาษอังกฤษของเด็กไทย มีข้อมูลที่น่าสนใจ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อีเอฟ เอ็ดดูเคชั่น เฟิร์สท์ (EF Education First) สถาบันสอนภาษาและแนะนำการศึกษาต่อชั้นนำระดับโลก ได้เผยแพร่ผลการจัดอันดับความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษประจำปี ซึ่งสำรวจจากคนจำนวนกว่า 2 ล้านคน ใน 112 ประเทศและดินแดน โดยไทยถูกจัดให้อยู่อันดับที่ 100 ในกลุ่มที่มีทักษะด้านภาษาอังกฤษต่ำมาก (Very low proficiency)

1.สิงคโปร์ อันดับ 4 ของโลกVery high proficiency

2.ฟิลิปปินส์ อันดับ 18 ของโลกHigh proficiency

3.มาเลเซียอันดับ 28 ของโลกHigh proficiency

4.อินโดนีเซีย อันดับ 80 ของโลกLow proficiency

5.เมียนมา อันดับ 93 ของโลกVery low proficiency

6.กัมพูชา อันดับ 97 ของโลกVery low proficiency

7.ไทยอันดับ 100 ของโลกVery low proficiency

ที่มา: EF EPI Proficiency Index, EF Education First]

ในบรรดาประเทศอาเซียน สิงคโปร์เป็นประเทศที่ได้อันดับสูงสุด มีความรู้ภาษาอังกฤษในระดับสูงมาก (Very high proficiency) ตามมาด้วยฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มที่ความรู้ภาษาอังกฤษในระดับสูง (High proficiency) ขณะที่อินโดนีเซียอยู่ในระดับต่ำ (Low proficiency)  เมียนมากับกัมพูชาอยู่ในระดับต่ำมาก (Very low proficiency) เช่นเดียวกับไทย  ส่วนลาวและบรูไน ไม่ได้อยู่ในการสำรวจครั้งนี้

ทั้งนี้ อันดับทักษะภาษาอังกฤษของไทยลดลงต่อเนื่องในช่วงสองปีที่ผ่านมา จากอันดับที่ 74 ในปี 2019 และอันดับที่ 89 ในปี 2020

สำหรับประเทศที่มีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษสูงที่สุดในโลก 5 อันดับแรก ได้แก่ เนเธอร์แลนด์ ออสเตรีย เดนมาร์ก สิงคโปร์ และนอร์เวย์ 

Wordcup Wordcup
ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP สังคม

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ