คลิปเหตุการณ์ที่ผู้เสียหายคือ นายไวท์ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ซึ่งอ้างว่าถูกตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะรุมซ้อมอุกอาจคาป้อม ที่บริเวณแยกวัดสน เหตุเกิดเมื่อคืนกลางดึกวันที่ 9 เม.ย. ที่ผ่านมา ท่ามกลางเสียงร้องตะโกนของเพื่อนๆ ที่พยายามจะห้ามปรามด้วยความเป็นห่วง หลังจากที่กลุ่มวัยรุ่นถูกตำรวจจับกุมเพราะว่าไม่ได้ใส่หมวกันน็อค และไม่มีใบขับขี่ ซึ่งทางตำรวจเรียกค่าปรับเป็นเงิน 3,000 บาท พร้อมกับต้องการจะยึดรถ แต่ฝั่งกลุ่มวัยรุ่นไม่ยินยอมทำให้เกิดเหตุดังกล่าว
ทีมข่าวพีพีทีวี ได้ลงพื้นที่ไปพูดคุยกับ นายไวท์ (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย อายุ 17 ปี เล่าให้ฟังว่า ในคืนเกิดเหตุเพื่อนได้ยืมรถมอเตอร์ไซค์ของตนเองไป จากนั้นโทรมาบอกว่าถูกจับเพราะไม่ได้ใส่หมวกกันน็อกและไม่มีใบขับขี่ ซึ่งทางตำรวจเรียกค่าปรับ 3,000 บาท และต้องการจะยึดรถไปด้วย จนจึงได้รีบออกไปเจรจากับเจ้าหน้าที่พร้อมกับต่อรองค่าปรับที่ 2,000 บาท
จากนั้นระหว่างที่กำลังรอให้รอแม่โอนเงินมาให้ แต่ทางฝั่งตำรวจกลับไม่พอใจ โดยจะให้อาสาสมัครขี่รถ จยย. นำไปจอดไว้ที่โรงพัก ตนเองจึงรีบวิ่งเข้าไปขัดขวางเพื่อไม่ให้เอารถไป และขอนำเอกสารสำคัญออกจากรถก่อน แต่จังหวะนั้นตำรวจ 6นายที่ด่าน ก็ลากตัวผู้เสียหายและจับใส่กุญแจมือ จากนั้นจึงรุมซ้อมในป้อมเป็นเวลากว่าครึ่งชั่วโมง โดยอ้างว่ากลุ่มวัยรุ่นขัดขืนการปฏิบัติหน้าที่ หนำซ้ำยังโดนแจ้งข้อหาส่งเสียงดังโดยไม่มีเหตุอันสมควร เพียงเพราะแค่ตะโกนว่า “ช่วยด้วย”
ส่วนอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบรอยฟกช้ำทั่วร่างกายตั้งแต่ คอ ไหล่ แขน ขา ส่วนค่าปรับเรื่องส่งเสียงดังนั้นทางผู้เสียหาย ก็ได้จ่ายค่าปรับเรียบร้อยแล้ว แต่ที่ไม่เข้าใจคือ ตำรวจมีสิทธิ์ทำแบบนี้ด้วยหรือโดยเตรียมนำผลตรวจร่างกายเข้าแจ้งความ เพราะไม่อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้นกับใครอีก
ส่วนความคืบหน้าคดีนี้ทางด้านพ.ต.อ. สุกฤต มังคละสวัสดิ์ ผู้กำกับการ สน.ราษฎร์บูรณะ ยืนยันกับทีมข่าวว่า ในตอนแรกตำรวจไม่ได้ทำร้ายประชาชนอย่างที่เข้าใจ แค่เป็นการเข้าระงับเหตุเท่านั้น แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
ซึ่งจากข้อมูลที่ได้ดูแย้งกับสิ่งที่เกิดขึ้นในคลิป ทีมข่าวจึงให้ทางผู้กำกับ ไปดูคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็เกิดอาการนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะพูดขึ้นบอกว่า “เป็นการระงับเหตุแต่อาจจะมีความเกินเลยกระทบกระทั่งบ้าง”
ประเด็นนี้ก็คืออันดับแรกพิจารณาจากการปฏิบัติที่เราเห็นในคลิป ก็เป็นการปฏิบัติที่ป้อมตำรวจซึ่งอยู่ริมถนน เป็นที่สาธารณะเปิดเผยนะครับ ประการที่สองก็คือคนที่ถ่ายคลิปก็เป็นเพื่อนๆ ของน้องคนที่ถูกจับ ประการที่สามคือไม่ได้มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด การปฏิบัติตรงนั้นเป็นเพียงแค่การควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวนเท่านั้น และสามารถดำเนินการได้เลย ถ้าตำรวจทำผิด สามารถมาแจ้งความร้องทุกข์ได้
นอกจากนี้ทางผู้กำกับ บอกอีกว่า ถ้าหากวัยรุ่นมีอาการบาดเจ็บจริงๆ ก็ให้นำหลักฐานการตรวจร่างกายจากโรงพยาบาล เข้ามาแจ้งความที่ สน. ได้เลย พร้อมยืนยันให้ความเป็นธรรมอย่างแน่นอน แต่หลังจากนี้ฝากให้ผู้ปกครองดูแลบุตรหลาน ไม่ให้ออกมาเที่ยวเล่นยามวิกาลแบบนี้เช่นกัน