ตร.เตรียมประชุมแจ้งความ “ปริญญ์” เพิ่มหรือไม่ หลังมีเหยื่อแจ้งความเพิ่ม


โดย PPTV Online

เผยแพร่




รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เผย เตรียมประชุมสรุปผลการแจ้ง ว่าจะรับเป็นคดีเพิ่มหรือไม่ หลังมีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความเพิ่มอีกหลายราย

สำหรับความคืบหน้าคดี พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า เบื้องต้นตำรวจได้สอบปากคำผู้เสียหายและรับเป็นคดีแล้ว 5 คดี โดยแบ่งเป็นพื้นที่ผู้เสียหาย จ.เชียงใหม่ 1 คดี ข้อหาอนาจาร ,จ.เพชรบุรี 1 คดี  ข้อหาอนาจาร ,ผู้เสียหายสน.ลุมพินี 3 คดี ข้อหาอนาจาร 2 คดี และคดีข่มขืนอีก 1 คดี

ส่วนผู้เสียหายที่เดินทางเข้าแจ้งความในวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมาทั้ง 9 คน ในวันนี้ทางตำรวจมีการประชุมสรุปความคืบหน้า ว่าจะมีการแจ้งข้อหาและรับเป็นคดีเพิ่มเติมหรือไม่

เปิดประวัติ “ปริญญ์” หลังถูกกล่าวหาลวนลามผู้หญิง

โผล่อีก เหยื่อนักการเมืองลวนลาม เข้าแจ้งความ ลั่นประกาศสู้คดี

เพราะผู้เสียหายบางคนต้องการเพียงเป็นพยานในคดี แต่ไม่ได้ประสงค์แจ้งความเอาผิดผู้ก่อเหตุ รวมถึงต้องดูว่าเหตุการณ์ที่ผู้เสียหายถูกกระทำหมดอายุความแล้วหรือไม่ ซึ่งหากเป็นคดีที่เกิดขึ้นก่อนปี 2562 ที่ยังเป็นกฎหมายฉบับเก่า คดีที่เกี่ยวกับการอนาจารจะต้องมีการแจ้งความไม่เกินสามเดือนหลังถูกทำอนาจาร

ด้านนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ เปิดเผยว่า มีผู้เสียหายรายที่ 15 เข้าให้การกับพนังงานสอบสวน สน.ลุมพินีแล้ว  ซึ่งเป็นไฮโซสาว อายุประมาณ 30 ปี  ได้ประสานมานานแล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผยตัวตนเพราะเป็นผู้มีชื่อเสียง โดยเหตุเกิดเมื่อปี 2551 หลังจากพูดคุยกับผู้ก่อเหตุได้ประมาณ 4 เดือน ถูกผู้ก่อเหตุพาไปที่ห้องพักในคอนโดเช่นเดียวกับผู้เสียหายรายอื่นๆ  จากนั้นถูกลวนลาม แต่สามารถหนีออกมาได้ จึงมาให้การในฐานะพยาน

ส่วนในเรื่องของคดี ทนายษิทรา บอกว่ามั่นใจในตำรวจว่าถึงแม้จะหลายคดีจะเกิดขึ้นมานานแล้ว แต่มีการจัดเก็บพยานหลักฐานค่อนข้างชัดเจน สำนวนค่อนข้างแน่น มีจุดบอดเพียงแค่ผู้เสียหายมาช้าไป และเหตุเกิดขึ้นหลายปี แต่ก็ยังไม่ขาดอายุความ ซึ่งพบตัวอย่างในต่างปะเทศที่คนใหญ่คนโตถูกดำเนินคดี เพราะเชื่อว่าเหยื่อไม่กล้าแจ้งความ

นอกจากนี้ ยังมีเหยื่อประสานมาอีก 2 คน แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้ และมีผู้เสียหายบางคนแจ้งว่ามีการพยายามจ่ายเงินให้จบเรื่อง

นายษิทรา บอกว่า ผู้เสียหายรายแรก ตอนนี้ไม่ให้ความร่วมมือเหมือนเดิม โดยมีตำรวจยศพลตำรวจตรีนายหนึ่งคอยมาคุยกับแม่ และเป็นตัวกลางในการประสานงาน จึงกังวลว่าจะเป็นคนห้ามผู้เสียหายไม่ให้ช่วยต่อสู้คดี เพราะผู้เสียหายคนนี้เป็นตัวแปรสำคัญที่มีหลักฐานชัดเจนและใหม่ที่สุด

สำหรับการเดินหน้าเคลื่อนไหวคดีนี้ มีผู้ใหญ่ที่สนิทกับตนและหัวหน้าพรรคการเมืองที่ผู้ถูกกล่าวหาเคยสังกัดอยู่ มาเตือนว่าให้ระวังโดนพรรคโต้กลับ ก็ไม่ทราบว่าเป็นการเตือนในลักษณะไหน แต่ยอมรับว่ากังวลว่าจะมีคนแฝงตัวมาเป็นผู้เสียหายมาทำให้ดูเป็นเกมการเมือง จนทำให้เหยื่อทั้งหมดดูเป็นการสร้างเรื่องขึ้นมาซึ่งหลังจากนี้ต้องตรวจสอบพยานหลักฐานให้ชัดเจนมากขึ้นก่อนช่วยดำเนินคดี

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ