ภาพจำลองตามที่ทีมข่าวได้รับข้อมูล จากผู้เสียหาย คนที่ 15 หรือ น.ส.สิบห้า เธอให้ข้อมูลผ่านนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ หรือ ทนายตั้ม ว่า เหตุการณ์ที่เธอเจอ เกิดขึ้นในปี 2551 ตอนนั้น นักการเมืองคนนี้ ชวนเธอไปที่ห้องพัก
จากนั้น ถูกลวนลาม จูบปาก แต่สุดท้ายเธอหลบหนีออกมาได้ หลังเกิดเหตุ ไม่ได้แจ้งความเพราะ กลัว จนกระทั้งปัจจุบัน เห็นว่ามีผู้เสียหายหลายคนจึงติดต่อทนายตั้มเพื่อให้ข้อมูล
หากย้อนเหตุการณ์ไปก่อนที่ น.ส.สิบห้า จะไปที่ห้องคอนโดของนักการเมืองคนนี้ ตามหลักฐานที่เป็นแชตการพูดคุยระหว่างผู้เสียหายกับนักการเมือง พบว่า นักการเมืองคู่กรณีเป็นฝ่ายทักไปหาผู้เสียหายก่อน โดยพูดคุยกันเป็นภาษาอังกฤษ
ตอนแรก ผู้เสียหายบอกว่า เขาจำนักการเมืองคนนี้ไม่ได้ จึงมีการแนะนำตัว และ บอกว่าพ่อของตัวเองเป็นใคร
ถัดจากนั้นก็พูดคุยกัน และ นักการเมืองคนนี้ถามผู้เสียหายว่า เดินทาง ฮ่องกง กรุงเทพ บ่อยไหมเที่ยวคลับ-ผับไหมจากนั้น ผู้เสียหายตอบว่า เธอเพิ่งอายุ 17 ปีเอง ครอบครัวไม่ค่อยอยากให้เที่ยว
ตามข้อมูลของทนายตั้ม บอกด้วยว่า คอนโดที่ผู้เสียหายคนนี้ถูกพาไป ก็คือคอนโด สุขุมวิท ซ.3 ตามภาพที่เขาเคยเปิดเผยออกมา
สำหรับผู้เสียหายในคดี นายษิทรา บอกว่า ก่อนหน้านี้มีเหยื่อนัดหมายมาเพิ่มเติมอีก 2 คน แต่ล่าสุดไม่สามารถติดต่อได้ส่วนผู้เสียหายที่มาให้ข้อมูลกับตำรวจ รวมตอนนี้มี 15 คน ในจำนวนนี้เป็นคดีความ 14 คดี แบ่งเป็นตั้งข้อกล่าวหาแล้ว 5 คดี คือคดีของสน.ลุมพินี 3 คดี แบ่งเป็น คดีอนาจาร 2 คดี ข่มขืน 1 คดี และ คดีที่จ.เชียงใหม่ ข้อหา อนาจาร รวมถึงคดีที่จ.เพชรบุรี ข้อหา อนาจาร เช่นกัน
ทนายตั้ม ยังบอกอีกว่า ตอนนี้ มีผู้เสียหาย คดีข่มขืนที่ให้ข้อมูลกับตำรวจถอนตัวออกไป 2 คน
ส่วนผู้เสียหายคนแรก น.ส.หนึ่ง อายุ18 ปี ทนายตั้ม บอกว่า ตอนนี้ เริ่มไม่ให้ความร่วมมือ พร้อมอ้างว่า มีตำรวจยศพลตำรวจตรีนายหนึ่ง คอยเป็นตัวกลางในการประสานงาน ทำให้เขาเชื่อว่าน่าจะถูกห้ามไม่ให้ต่อสู้คดี ซึ่งส่วนตัวมีความกังวลเรื่องคดีอยู่บ้าง เพราะผู้เสียหายคนนี้เป็นตัวแปรสำคัญที่มีหลักฐานใหม่และชัดเจนที่สุดแต่เขาก็เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความและเป็นพยานในคดีเพิ่มเติมอีก
นอกจากนี้ ทนายตั้ม ยังเปิดใจว่า มีคนเตือนว่าให้ระวังกระแสตีกลับ ซึ่งทำให้ตอนนี้เขากังวลว่า จะมี คนแฝงตัวมาเป็นผู้เสียหาย แล้วให้การเท็จเบี่ยงประเด็นเป็นเกมการเมือง จนทำให้เหยื่อทั้งหมดถูกมองว่าสร้างเรื่องขึ้นไปด้วย ซึ่งหลังจากนี้ต้องตรวจสอบพยานหลักฐานให้ชัดเจนมากขึ้นก่อนช่วยดำเนินคดี
ส่วน พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พูดถึง กระแสข่าวว่ามี พ.ต.อ. หรือ พล.ต.ต. วิ่งเจรจากับผู้เสียหาย จากการตรวจสอบยังไม่พบพยานหลักฐานที่ชัดเจนว่ามีนายตำรวจ เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว แต่หากทางทีมทนายความหรือผู้เสียหายมีข้อมูลดังกล่าวสามารถนำมายื่นต่อพนักงานสอบสวนและกองบัญชาการ ตำรวจนครบาลได้ก็พร้อมที่จะดำเนินการตรวจสอบให้ทันที
ส่วน ความคืบหน้าในการสอบสวนคดี ตอนนี้ยังไม่พบข้อมูลว่า นักการเมืองคนดังกล่าวมีพฤติการณ์ไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือมีพฤติการณ์หลบหนี ส่วนการทำงานของชุดสืบสวนสอบสวนอยู่ระหว่างคัดแยก ว่า คดีดังกล่าวมีคดีใดที่ยังอยู่ในอายุความ หรือ หมดอายุความไปแล้ว หากคดีใดหมดอายุความแล้ว ผู้เสียหายก็จะกลายเป็นพยานในคดีอื่น
ส่วนคดีใดที่ยังไม่หมดอายุความและมีพยานหลักฐานก็จะสืบเสาะหลักฐานเพิ่มเติมได้ในระหว่างนี้ก็จะนำมาประกอบสำนวน