คลิปวันที่ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และ ภรรยา เดินทางไปที่ ซ.สุขุมวิท 3 จุดที่อ้างว่า นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก่อเหตุหลอกไปข่มขืนโดยในวันที่ นักเคลื่อนไหวเดินทางไปที่จุดเกิดเหตุ เขาและภรรยา พยายามขอตำรวจและเจ้าของพื้นที่ ขึ้นไปยังห้องดังกล่าว เพราะ ต้องการไปดูการตรวจและเก็บหลักฐานของตำรวจ รวมถึงบอกว่า จะไปชี้จุดเกิดหตุ แต่ตำรวจไม่ให้ขึ้น ทำให้มีปากเสียงกัน และ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ชี้หน้าด่าตำรวจ รวมถึง นำเรื่องไปโพสต์ต่อในโลกออนไลน์
ล่าสุด พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ให้สัมภาษณ์ ว่า ฝ่ายกฎหมายตำรวจนครบาล 5 พิจารณาและส่งเรื่องให้ ผกก.สน.ลุมพินี แจ้งความร้องทุกข์ นักเคลื่อนไหวคนดังกล่าว 2 ข้อหา คือ ความผิดฐานหมิ่นประมาทเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ และ ความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ผ่านการพิมพ์ข้อความทางเฟซบุ๊ก จึงหลังจากนี้จะมีการออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาพร้อมย้ำว่า ตำรวจทำงานตามขั้นตอนของกฎหมาย
ด้านนักเคลื่อนไหวคนดังกล่าว มีการประชุมกับทีมทนายความพร้อมตั้งทีมสืบค้นข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ ก่อนจะมีการยอมรับว่า หมายค้นจากศาลที่ตำรวจถือไปวันดังกล่าว “ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการนำผู้เสียหายไปชี้จุดเกิดเหตุ” หมายความว่า การจะพาผู้เสียหายซึ่งก็คือภรรยาของนักเคลื่อนไหวไปชี้จุดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่
ตามข้อมูลระบุว่า นักเคลื่อนไหวทางการเมืองคนดังกล่าว ยอมรับว่า ไม่ได้มีสิทธิ์ขึ้นไปหากตำรวจไม่อนุญาต แต่ก็ย้ำว่า ที่แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม เพราะ แปลกใจในการทำงานของตำรวจในวันดังกล่าว จนทำให้ แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม เสียมารยาท ไม่สุภาพ หลังจากนี้พร้อมจะ รับผิดชอบและจะถือกระเช่าเข้าไปขอโทษ พ.ต.อ.นิมิตร นูโพนทอง ผกก.สน.ลุมพินี ในวันเวลาที่เหมาะสม ซึ่งจะนัดหมายกันอีกครั้ง เนื่องจากวันนี้ ตัวนักเคลื่อนไหวทางการเมืองติดธุระ
สาวใจเด็ดสวมชุดนอน ไล่ไอ้โจรมือใหม่ ย่องฉกรถเก๋งคาบ้าน เผ่นเตลิดป่าละเมาะ
ส่วนความคืบหน้าคดีนายปริญญ์ พล.ต.ต.ไตรรงค์ เข้าไปติดตามดูสำนวนคดี สรุปรวมข้อมูลอย่างเป็นทางการ ตอนนี้ มีผู้เสียหายที่ตั้งเรื่องเป็นคดีความ 15 คดี แบ่งเป็น คดีในความรับผิดชอบของ สน.ลุมพินี 9 คดี สน.ห้วยขวาง 1 คดี จ.เพชรบุรี 1 คดี จ.เชียงใหม่ 1 คดี นอกราชอาณาจักร 1 คดี ขาดอายุความ 1 คดี และ อีก 1 คดียังก่ำกึ่งว่าขาดอายุความหรือไม่ ตอนนี้ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบ
นอกจากนี้ตามข้อมูลยังพบอีกว่า 15 คดี มีทั้งคดี ข่มขืน คดีอนาจาร คดีข่มขืนและอนาจาร รวมถึง คดีอนาจารและพรากผู้เยาว์ด้วย
ส่วนกระแสข่าว นายตำรวจยศ พล.ต.ต. แทรกแซงคดี ย้ำว่า เมื่อวานนี้ ผกก.สน.ลุมพินี ได้คุยกับแม่ผู้เสียหายในคดีแรก พบว่า ยังยืนยันที่จะดำเนินคดีกับนักการเมืองดัง ไม่ได้กลับคำตามข่าวที่ออกมา ส่วนความสัมพันธ์ระหว่าง ผู้เสียหายคนแรก กับ นายตำรวจยศ พล.ต.ต. สรุปแล้วเป็น คนรู้จักที่เคารพนับถือกันมานาน
พล.ต.ต.ไตรรงค์ ยืนยันว่า อดีตตำรวจนายนี้ไม่เคยมายุ่งเกี่ยวกับคดี ไม่เคยติดต่อพนักงานสอบสวนเลย
ส่วนเรื่อง นายตำรวจยศพล.ต.ต. แทรกแซงคดี เป็นหนึ่งในวาระที่วันนี้ โดย นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ เข้ายื่นหนังสือร้องเรียน ถึง พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ให้ช่วยตรวจสอบกรณีที่นายตำรวจยศ พล.ต.ต อ้างว่าเป็นญาติของผู้เสียหาย อายุ18ปี (คดีแรก) เนื่องจาก พบว่ามีความพยายามแทรกแซงคดี
ทนายตั้ม อยากให้ตำรวจ ตรวจสอบการใช้โทรศัพท์แม่ผู้เสียหายที่ใช้ในวันเกิดเหตุ (11 เม.ย.) จนถึงปัจจุบัน ว่ามีการต่อสายพูดคุยกับนายตำรวจยศใหญ่คนนี้ โดยใช้เบอร์โทรศัพท์ใด และตรวจสอบการใช้ข้อมูลโทรศัพท์มือถือของนายตำรวจด้วยว่ามีการติดต่อกับพรรคการเมืองใดหรือไม่
ทนายตั้ม อ้างว่า ตามข้อมูลที่ตัวเองได้รับ นายตำรวจยศ พล.ต.ต คนนี้ เป็นตำรวจนอกราชการที่เกษียณอายุแล้ว อดีตเคยเป็นผู้บังคับการจังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออก
เมื่อถามว่าทำไมถึงคิดว่า มีนายตำรวจเข้ามาแทรกแซงคดี ทนายตั้ม อ้างว่า ผู้เสียหายเคยบอกว่าหลังเกิดเหตุก็ปรึกษาตำรวจคนนี้มาตลอด แต่ช่วงหลังๆ ทนายตั้มพบว่า ผู้เสียหายไม่ให้ความร่วมมือและอ้างว่าจะขอปรึกษานายตำรวจคนนี้ก่อนตลอดเวลาที่จะตัดสินใจทำอะไร และ สุดท้ายก็มักจะมาตอบว่าไม่ทำตามคำแนะนำ
ตามข้อมูล ผู้เสียหายบอกว่า นายตำรวจคนดังกล่าวเป็นลุงของเธอ แต่ทนายตั้มเชื่อว่าอาจเป็นแค่การนับถือกัน ไม่ใช่ญาติแท้ๆ ส่วนการเข้ายื่นหนังสือวันนี้ เพราะ กังวลว่าจะมีการแทรกแซงคดี ในอนาคต
มิจฉาชีพ หลอกจดทะเบียน-ขู่เอาเงินแลกใบหย่า
ทนายตั้ม ยังบอกอีกว่า ส่วนตัวไม่กังวลเรื่องการถูกฟ้องกลับ เนื่องจาก ที่ผ่านมาในการให้ข่าวไม่ได้มีการพูดพาดพิงถึงชื่อหรือพรรคการเมืองใด