ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เอกสาร ตรวจสอบประวัติการเดินทางออกนอกประเทศของทั้ง 4 คน ที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย ยืนยันกับทางทีมข่าวพีพีทีวีว่า ครอบครัวของ นายนิรุติ น.ส.นฤมล พร้อมกับลูกอีก 2 คน ได้เดินทางไปยังประเทศตุรกีแล้ว โดยขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ ไฟล์ท TK 0069 ตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่ทั้ง 4 คน ขาดการติดต่อกับครอบครัวไป
เบื้องต้นตำรวจจะเชิญตัว “นายล้วน” พ่อของนายนิรุต และ “น้องอุ้ย” ลูกสาวคนโต เข้าไปสอบปากคำที่ สภ.สำโรง ส่วนในการดำเนินคดีนั้น ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมของ “น.ส.นฤมล” และรอดูว่าจะมีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความดำเนินคดีหรือไม่
ขณะที่การตรวจสอบที่บ้านพักของ นายล้วน ซึ่งเป็นพ่อของนายนิรุต ในอำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย วันนี้พบข้อมูลไทม์ไลน์หลายอย่าง ที่บ่งชี้ว่า นายนิรุต และนางนฤมล มีการจะหลบหนีหลายอย่าง
ตั้งแต่การที่ “นายนิรุต” และ “น.ส.นฤมล” ขับรถกระบะ ทะเบียน บพ 3053 สุโขทัย ไปขายต่อที่ จ.พิษณุโลก ก่อนจะขับรถยนต์ โตโยต้าอัลติส สีขาว ออกจากปั้ม
หลังจากนั้นวันที่ 10 เม.ย. นายนิรุต และน.ส.นฤมล ขาดการติดต่อกับลูกสาวคนโต และมีข้อมูลสัญญาณโทรศัพท์ บริเวณลาดกระบัง ซึ่งเป็นวันที่ทั้งหมดเดินทางไปขึ้นเครื่องหลบหนีออกนอกประเทศ
ก่อนที่ น้องสาวของ “นายนิรุต” ซึ่งอยู่จังหวัดชลบุรีได้มารับรถยนต์โตโยต้าอัลติส ขับมาที่ จ.สุโขทัย
ขณะที่ทีมข่าวลงพื้นที่ไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในอำเภอศรีสำโรง พบข้อมูลว่า น.ส.นฤมล มีตำแหน่งเป็นเลขานุการ และบัญชีของกองทุนหมู่บ้านและกลุ่มออมทรัพย์แห่งนี้ และยังพบด้วยว่า นายล้วน พ่อของนายนิรุตน์ เป็นประธานกองทุนทั้งสอง
พฤติกรรมของ “น.ส.นฤมล” พบว่าที่ผ่านมาเวลาชาวบ้านที่กู้เงินกองทุนหมู่บ้าน หรือกลุ่มออมทรัพย์ มีปัญหาไม่สามารถจ่ายเงินคืนตามกำหนดได้ น.ส.นฤมล ก็จะเป็นคนเข้าไปจัดการ โดยแนะนำให้มายืมเงินจากตัวเอง โดยคิดดอกเบี้ย
ส่วนเงินที่ “น.ส.นฤมล” นำมาให้ชาวบ้านกู้ก็เป็นเงินที่มาจากนายทุน ชื่อ น.ส.เงาะ คาดว่าจะไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท แต่พอน.ส.เงาะ ทวงถามขอเงินที่ยืมไปคืน ทาง น.ส.นฤมล ก็อ้างว่าชาวบ้านไม่จ่ายคืน และบ่ายเบี่ยงมาตลอด และสุดท้ายก็มาหลบหนีไป