ผู้เสียหายคนล่าสุด นายสุเมธ มากรักษ์ ผู้รับเหมาก่อสร้างในจังหวัดนครศรีธรรมราช นำหลักฐานสัญญาว่าจ้างปรับปรุงกุฏิ วงเงิน 2 แสนบาท เข้ามาแจ้งควาดำเนินคดีกับ “พระดอน” ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดวังตะวันออก หลังถูกเบี้ยวเงินค่าก่อสร้าง ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2563
นายสุเมธ เล่าว่า “พระดอน” มาว่าจ้างให้ทำกุฏิใหม่ และทำศาลา ตอนแรกก็ไม่ว่างรับงาน แต่พระดอนก็รอ จนสุดท้ายก็ตกลงไปทำกุฏิให้ โดยตกลงราคากันที่ 2 แสนบาท
ระหว่างก่อสร้างก็พยายามขอเบิกเงินก่อนครึ่งหนึ่ง แต่ทาง “พระดอน” ก็ไม่ให้อ้างโน่นอ้างนี้ ทางนายสุเมธก็ยอมทำงานต่อจนเสร็จ กลับถูก “พระดอน” บ่ายเบี่ยงเรื่องการจ่ายเงิน
สุดท้าย นายสุเมธ นำหลักฐานภาพถ่ายการทำงานทุกขั้นตอน เข้าไปเบิกเงิน แต่ก็ถูกผัดผ่อนเรื่อยมา จึงเข้าแจ้งความดำเนินคดี หลังจากนั้นก็มีคนสนิทของ “พระดอน” ติดต่อมาเจรจาจะผ่อนจ่ายเงินดังกล่าวให้ โดยทยอยจ่ายครั้ง 10,000 บ้าง 20,000 บ้าง จนเป็นเงินประมาณ 1 แสนบาท จากนั้นก็หายไปเลย พอเห็นว่ามีข่าวของพระดอนออกมา นายสุเมธ จึงนำหลักฐานมาติดตามคดี และทวงเงินจากพระดอนด้วย
เบื้องต้น ตำรวจตรวจสอบเอกสารหลักฐาน พร้อมแนะนำให้ “นายสุเมธ” เข้าฟ้องร้องเป็นคดีแพ่ง เพื่อให้ “พระดอน” มาชำระหนี้ ทำให้ถึงตอนนี้ “พระดอน” มีคดีติดตัวแล้ว 4 คดี แยกเป็นคดีค้างเก่า 3 คดี คือ คดีแรกเข้าสู่กระบวนการไกลเกลี่ยเพิกถอนแล้ว ส่วนอีก 2 คดียังมีผลบังคับใช้ เป็นความผิดเกี่ยวกับการออกเช็คเด้ง ค่าเช่าพระเนื้อทองคำ มูลค่า 2 แสนบาท และอีกคดีเป็นไม่ชำระค่าเฟอร์นิเจอร์ภายในกุฏิ จำนวน 4 หมื่นบาท
ขณะที่การติดตามตัว “พระดอน” ซึ่งหายออกจากวัดไปตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม ตลอดทั้งคืนวานนี้ ก็มีกระแสข่าวลือว่ามีการควบคุมตัวไว้ได้แล้วในกรุงเทพมหานคร แต่เมื่อตรวจสอบเจ้าหน้าที่ยืนยันว่ายังไม่พบตัว และตอนนี้ก็ยังไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน
โดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ระบุว่าขณะนี้ยังไม่มีการจับตัว “พระดอน” ขณะนี้ทางตำรวจสอบสวนกลาง, ตำรวจภูธรภาค 8 และตำรวจจังหวัดนครศรีธรรมราช กำลังเร่งติดตามตัวเต็มที่
ส่วนการตรวจสอบบัญชีเงินของวัดเพ็ญญาติ กรณี “กาโตะ” เบิกเงินในบัญชีของวัดออกมาจำนวน 6 แสนบาทนั้น วันนี้ พ.ต.ท.สมเกียรติ พิมพกันต์ รองผู้กำกับการสอบสวน กองกำกับการ 5 กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ พร้อมด้วยพนักงานสอบสวนเข้าพบกับนายบำรุง ยอดมณี นายก อบต.กะเปียด, ไวยาวัจกรวัด และกรรมการวัดเพ็ญญาติ โดยได้ขอข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนการเบิกจ่ายเงิน รวมถึงการเบิกจ่ายเงินจำนวน 6 แสนบาทของกาโตะด้วย ว่าเป็นไปตามระเบียบและชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
จากนั้น ลงพื้นที่วัดเพ็ญญาติรวบรวมหลักฐาน พร้อมทั้งตรวจสอบการแต่งตั้งอดีตพระกาโตะเป็นรักษาการเจ้าอาวาส ว่ามีเอกสารการแต่งตั้งตามระเบียบปฏิบัติหรือไม่
ด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผู้บบก.ปปป. ระบุว่า กรณี “กาโตะ” เบิกจ่ายเงินวัดถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว แม้จะนำเงินมาคืนให้ก็ตาม แต่ถือว่าเงินวัดเป็นของส่วนรวมที่ไม่สามารถให้ใครนำไปใช้ส่วนตัวได้ และถือเป็นคดีอาญา โดยจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.สงฆ์ หากมีหนังสือแต่งตั้งเป็นรักษาการเจ้าอาวาส จะเข้าข่ายความผิดมาตรา 147 คือเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ แต่ถ้าไม่มีหนังสือแต่งตั้ง จะเข้าข่ายข้อหาสนับสนุนให้กระทำความผิด นอกจากนี้ต้องตรวจสอบว่ามีใครให้การสนับสนุน “กาโตะ” นำเงินออกมาหรือไม่
เจ้าอาวาสวัดใหม่พรหมพิราม ล่องหนหายตัวไม่อยู่วัดแล้ว
แนะวิธีรักษาฟื้นฟูร่างกาย เมื่อมีอาการ "ลองโควิด" (Long COVID)