คดีนี้ผู้ต้องสงสัยเป็นชายไทยชื่อ “นายสันติ” อายุ 35 ปี ซึ่งพบว่าเป็นคนสนิทและรู้จักกับ นางสาวพจนีย์ แซ่หลี่ หรือ “มี่” ผู้เสียชีวิต โดยทั้งสองคนรู้จักและมีความสนิทสนมกัน เพราะเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน คือ บ้านใหม่หนองบัว อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่
ทีมข่าวจึงเดินทางไปที่หมู่บ้านดังกล่าว พบกับครอบครัวของ “มี่” ผู้เสียชีวิต ให้ข้อมูลว่า “มี่” กับชายต้องสงสัยรู้จักกันเหมือนญาติคนหนึ่งเพราะโตมาด้วยกัน
ก่อนที่ทาง “มี่” จะเดินทางไปเรียนต่อที่ไต้หวัน ตอนอายุประมาณ 16-17 ปี จนแต่งงานมีครอบครัว
กระทั่งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว “นายสันติ” ก็ไปทำงานเป็นล่ามที่ไต้หวัน ช่วงที่ไปใหม่ ๆ ก็ไปกักตัวที่บ้านของ “มี่” ก่อนจะได้งานทำและพักอยู่ที่หอพัก แต่ทั้งสองคนก็ยังติดต่อและไปมาหาสู่กันตลอด โดยฝ่ายของ “นายสันติ” สามารถเข้าออกบ้านของมี่ได้อย่างสบาย ๆ เพราะทั้งคีย์การ์ดและรหัสประตูบ้านทั้งหมด
น้องสาวของผู้เสียชีวิตบอกว่า เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน “มี่” และพี่เขตหายไปและไม่สามารถติดต่อได้ พยายามประสานให้คนที่ไต้หวันและเจ้าหน้าที่ช่วยติดตาม
จนกระทั่งวันที่ 10 มิถุนายน ก็พบร่างของพี่สาวและพี่เขย ถูกฆาตกรรม แถมยังมารู้ภายหลังว่าผู้ต้องสงสัยก็กลับมาที่หมู่บ้าน เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ก่อนจะหายตัวไป ซึ่งก็อยากให้ตำรวจเร่งติดตามตัวชายคนนี้มาสอบปากคำว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของพี่สาวหรือไม่
อีกจุดหนึ่งที่ทีมข่าวได้เดินทางไปสำรวจ คือ บ้านเลขที่ 321/36 หมู่ 4 ตำบลหนองจ๊อม อำเภอสันทราย จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นที่อยู่ตามทะเบียนบ้านของ “นายสันติ” ผู้ต้องสงสัย พบว่าในบ้านมีพ่อ พี่สาว พี่เขย และลูกของนายหวางอีก 2 คน พักอาศัยอยู่
พี่เขยยอมรับว่า เมื่อเย็นวันที่ 9 มิถุนายน “นายสันติ” เดินทางกลับมาที่จังหวัดเชียงใหม่ อ้างว่าคิดถึงลูก แต่ก็ไม่ได้เล่าอะไรให้ฟัง และไม่ได้สังเกตว่ามีความผิดปกติอะไรหรือไม่ “นายสันติ” ใช้เวลาอยู่ที่บ้านเพียงไม่นานก่อนจะขับรถออกไป โดยไม่ได้บอกว่าจะไปที่ไหน หลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันอีก
การติดตามตัว “นายสันติ” ผู้ต้องสงสัยรายนี้ มีข้อมูลว่าทางตำรวจเข้าตรวจสอบบ้านพักในอำเภอไชยปราการแล้ว แต่ไม่พบตัวผู้ต้องสงสัย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แบ่งกำลังออกเป็น 3 ชุด ออกติดตามและไล่ล่า เพื่อสกัดไม่ให้หลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพราะทางผู้ต้องสงสัยถือ 3 สัญชาติคือ ไทย เมียนมา และไต้หวัน