เรื่องนี้คุณหน่อย ผู้ที่ถูกฟ้องได้นำมาโพสต์ในเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาเล่าว่า ถูกเจ้าของยาสีฟันยี่ห้อหนึ่งฟ้องเรียกเงินถึง 1 ล้าน 7 แสนบาท ทั้งที่เธอและลูกค้าและรีวิวสินค้าในฐานะผู้บริโภค โพสต์ของเธอมีคนเข้าไปแชร์กว่า 3 พันครั้งและแสดงความเห็นเกือบ 5 พันข้อความ ทั้งที่เห็นใจ แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ก๊อปข้อความที่เธอเคยโพสต์ในลักษณะท้าทายเจ้าของแบรนด์ให้ฟ้องร้อง และบอกว่าเรื่องนี้ถือเป็นบทเรียน
วอลเลย์สาวไทย ปลอดโควิดยกทีม พร้อมดวลญี่ปุ่น เย็นนี้
ทีมข่าวไปพูดคุยกับคุณหน่อย เล่าว่า เมื่อปีก่อนเธอดัดฟัน และตั้งท้อง จึงหายาสีฟันที่เหมาะกับเธอในช่วงที่ไม่ได้ไปทำฟัน จนเจอยาสีฟันยี่ห้อหนึ่งที่ขายทางออนไลน์ เมื่อซื้อมาใช้ คนในครอบครัวก็ใช้ได้ปกติ มีเพียงเธอที่มีอาการเยื่อบุในช่องปากลอกเป็นแผ่นขาว จึงไปรึกษาหมอฟัน ซึ่งหมอบอกว่า อาจแพ้สารบางอย่างและแนะนำ ให้ใช้แบบไม่ต้องอมน้ำ หรือแปรงแบบแห้ง เมื่อทำตามก็พบว่า มีอาการอื่นแทนคือ แสบปาก และขอบปากแดง จึงเปลี่ยนไปใช้อีกยี่ห้อแทน แต่ก็พบว่าไม่ดี กลับไปใช้ยี่ห้อแรกอีก ก็มีอาการเดิม จึงเปลี่ยนไปใช้ยี่ห้อที่สามก็พบว่าไม่มีอาการแพ้
เธอซึ่งอยู่ในกลุ่มรีวิวสินค้าเกี่ยวกับสกินแคร์ เคยเห็นคนอื่นรีวิวยาสีฟันยี่ห้อแรกเปรียบเทียบกับยี่ห้อที่สาม จึงได้ลองรีวิวบ้าง โดยข้อความบางส่วนที่เธอโพสต์ ระบุว่า "หลังจากอ่านรีวิวจากกลุ่มนี้ก็คือ โดนตกด้วยยาสีฟัน ...(ยี่ห้อยาสีฟันยี่ห้อที่สาม )ก่อนหน้านี้คือใช้ ...(ยาสีฟันยี่ห้อแรก ) มาตลอด เป็นสิบหลอดแล้วฟันขาวขึ้น ลมหายใจสดชื่น (แค่แป๊บเดียว) ตื่นมาน้ำลายเหนียวบูด แล้วเราเป็นคนแพ้ง่าย แสบปาก รอบปากแดง บางทีพองจนแฟนทักว่าให้ไปหาหมอเป็นเริมหรือเปล่า จนมาอ่านรีวิวกลุ่มนี้ มีแต่คนแนะนำ (ยาสีฟันยี่ห้อที่สาม)...เลยจัดมาลอง
ซึ่งก็มีคนเข้ามาบอกว่ามีอาการคล้ายเธอหลังใช้ยาสีฟันยี่ห้อแรก ต่อมาก็เริ่มมีตัวแทนยาสีฟันยี่ห้อแรก มาตำหนิและกล่าวหาว่าเธอรับเงินจากยาสีฟันยี่ห้อที่ 3 มา และขู่เธอว่าจะให้บริษัทฟ้องร้อง ด้วยความโมโห และคิดว่าที่ทำไปเพราะไม่ได้มีเจตนาไม่ดี และทุกวันนี้สามีเธอก็ยังใช้ยาสีฟันยี่ห้อนี้อยู่ จึงในตอบกลับไปในลักษณะท้าทายเพราะคิดว่าไม่ได้ทำอะไรผิด
ซึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อเดือน พ.ย.ปีที่ผ่านมา จนเดือนเม.ย.ปีนี้จึงได้รับหมายศาลจากบริษัทยาสีฟันยี่ห้อแรก ทำให้เธอตกใจและเครียดมาก ไม่รู้จะหาเงินจากไหนมาจ่าย เพราะเธอเพิ่งคลอดลูก ไม่ได้ทำงานอะไร ยืนยันว่า ไม่ได้รับเงินใครมาโจมตีบริษัทยาสีฟันดังกล่าวและไม่ได้เป็นตัวแทนแบรนด์ยาสีฟันยี่ห้อไหน เพราะเธอเองก็ซื้อให้คนในครอบครัวใช้มาแล้วนับ 10 หลอด และตอนนี้สามีซึ่งชอบยาสีฟันยี่ห้อนี้ก็ยังใช้อยู่ และเคยตอบคอมเมนท์คนที่เข้ามาถามเรื่องที่โพสต์ไปแบบนี้เช่นกัน
ทีมข่าวพยายามติดต่อเจ้าของยาสีฟันยี่ห้อดังกล่าว แต่ไม่สามารถติดต่อได้ แต่เบื้องต้นได้มีการโพสต์ข้อความมีเนื้อหาว่า ไม่มีเหตุผลที่แบรนด์ จะฟ้องผู้บริโภค ซึ่งผู้บริโภคย่อมวิพากษ์วิจารณ์สินค้าตามความเป็นจริงได้ แต่บริษัทฟ้องจำเลยต่อศาลเฉพาะคดีที่จำเลยมีเจตนาไม่สุจริต ต้องการดิสเครดิต เพื่อผลประโยชน์แก่ตนเองหรือพวกพ้อง อันเป็นการทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย โดยหลักฐานทุกอย่างขอแสดงในชั้นศาล และให้ศาลเป็นผู้พิจารณาพิพากษา
ทีมข่าวได้สอบถามเรื่องนี้กับ นายนิติธร แก้วโต หรือทนายเจมส์ ระบุว่า การรีวิวสินค้าในฐานะผู้บริโภคที่ได้ทดลองได้สินค้าจริงสามารถกระทำได้เป็นสิทธิ์ของผู้บริโภค แต่ลักษณะการวิพากษณ์วิจารณ์ต้องกระทำโดยสุจริต กรณีของแม่ลูกอ่อนที่ไปโพสรีวิวสินค้าโดยมีการแสดงความเห็นว่าสินค้าที่ใช้แล้วไม่ดี ทำให้เกิดผลข้างเคียงด้วยการนำไปเปรียบเทียบกับสินค้าประเภทเดียวกันกับคู่แข่งและมีการเอ่ยชื่อแบรนด์ด้วย ตรงนี้ต้องดูว่าเจตนาของผู้ที่รีวิวกระทำโดยบริสุทธิ์หรือไม่ มีการไปรับงานมาจากคู่แข่งฝั่งตรงข้ามเพื่อโจมตีหรือไม่ถ้าหากคู่กรณีมีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่ามีการไปรับงานมาเพื่อกลั่นแกล้ง เจ้าของแบรนด์มีสิทธิ์ฟ้องกลับเพื่อปกป้องชื่อเสียงของตนได้เช่นกัน ในความหมายของคำว่าสุจริต ต้องไปสู้ในชั้นศาลในเบื้องต้นถ้าเจ้าของผลิตภัณฑ์รู้สึกว่าเสียหายก็ใช้สิทธิ์ทางศาลฟ้องได้
ทนายเจมส์ ย้ำด้วยว่า การรีวิวสินค้าในฐานะผู้บริโภคควรจะใช้สินค้านั้นจริงๆก่อน ถ้าเกิดผลเสียหายและวิจารณ์ด้วยเจตนาที่สุจริตเรามีสิทธิ์กระทำได้ไม่ผิดกฎหมาย
แม่ค้าสุดประเสริฐ หอบรางวัลที่หนึ่ง 24 ล้าน แจ้งความแทนลูกค้าขาประจำ
ทลายเว็บเงินกู้ออนไลน์ คิดดอกเบี้ยโหด ร้อยละ 548 ต่อปี เงินหมุนเวียนกว่า 454 ล้าน