แพม ปานพิมพ์ เตชะธนชัยพัฒน์ และบ๊อบ วรุตม์ บราวน์ แฟนหนุ่ม พร้อมหลักฐานการแชท สลิปการโอนเงินมา และข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ เข้าปรึกษาทนายรัชพล สาคร โดยแพมเปิดใจทั้งน้ำตาว่าถูกอดีตนักการเมืองชื่อดังขอใช้ชื่อแพมและบ๊อบออกรถ หรู 2 คันด้วยความสนิทจึงเชื่อใจและดาวน์รถให้ตามที่ร้องขอ
แพมเล่าว่า รู้จักอดีตนักการเมืองคนนี้จากเพื่อน เมื่อ 6 ปีที่แล้วขณะนั้นเพื่อนลาออก ตนเองจึงถูกขอให้ไปทำงานแทน ลักษณะงานคือเป็นเลขา ดูพวกคิวงานการประชุมจดรายละเอียดที่ประชุม ทำได้ไม่นานแพมก็ออกมา แล้วก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกันอีก
กระทั่ง 2 ปีที่ผ่านมา ช่วงเดือนธันวาคม 2563 อดีตนักการเมืองได้ติดต่อกลับมาว่าปัจจุบันตัวเองผันตัวมาทำงานเป็นนายทุน และนายหน้าที่ดิน อยากให้แพมมาช่วยงาน แพมจึงได้ปรึกษาแฟนหนุ่ม และขอให้แฟนไปคุยรายละเอียดด้วยกัน เนื่องจากหากไปคนเดียวอาจจะดูไม่ดีนัก แพมเองก็อยากหาอาชีพใหม่ที่มั่นคง ท้ายที่สุดก็ตกลงทำงานกับอดีตนักการเมืองคนดังกล่าวอีกครั้ง
แพมทำงานได้ 1 ปีเต็มก็ลาออกไปช่วงเดือนธันวาคม 64 แต่ในช่วงการทำงาน 1 ปีนั้น อดีตนักการเมือง ขอให้แพมช่วยออกรถให้ อ้างว่าเครดิตของเขาไม่ผ่าน มีคดีในศาลที่ต้องเคลียร์ จึงขอใช้ชื่อแพมก่อน แต่เขาจะผ่อนเองทั้งหมด ตอนแรกแพมกลัว แต่อีกฝ่ายก็พูดฟว่านล้อมจนแพมไว้ใจ เพราะที่ผ่านมาก็ช่วยเหลือกันมาตลอด แพมและบ๊อบก็รู้จักและสนิทกับครอบครัวเขาด้วย จึงยอมเชื่อใจ
คันแรกเป็นรถยนต์รุ่น BMW series7 มือ 2 อ้างว่าเวลาออกไปทำงาน ไปคุยงานกับผู้ใหญ่ มันจำเป็นต่อภาพลักษณ์ให้ดูภูมิฐาน คันที่สองเมอร์เซเดส-เบนซ์ ซี-คลาส อ้างว่าซื้อให้พ่อใช้ ขอให้แพมใช้ชื่อ บ๊อบ วรุตย์ แฟนหนุ่ม แต่ไฟแนนซ์บ๊อบไม่ผ่าน แพมจึงเป็นคนค้ำประกันให้ โดยเหตุที่ยอมให้มีคันที่ 2 เพราะเห็นว่ารถคันแรกเขาผ่อนได้ปกติจึงไม่ได้คิดอะไร
กลายเป็นว่าปัจจุบันรถทั้ง 2 คัน ขาดผ่อน 3-4 เดือน ไฟแนนซ์ตามทวงตลอด ซึ่งรวมหนี้ทั้ง 2 คัน รวมประมาณ 3 ล้านกว่าบาท จากเหตุนี้ทำให้แพมทุกข์ใจ เกือบจะกลายเป็นโรคซึมเศร้า เพราะหลังเกิดเรื่องก็เคยทะเลาะกับแฟน ส่วนอดีตนักการเมืองคนนี้ ปัจจุบันแพมยังติดต่อได้ แจ้งไปว่ามีไฟแนนซ์ทวงหนี้แล้ว แต่ฝั่งนั้นก็รับรู้แต่บ่ายเบี่ยงไม่จ่ายงวด
วันนี้มาปรึกษาทนายรัชพล เพราะสิ่งที่แพมต้องการตอนนี้ คือขอให้อดีตนักการเมืองคนนี้มาคุยกัน และเปลี่ยนชื่อของแพมและบ๊อบออกจากเจ้าของรถ แต่ที่ผ่านมาเขาก็บ่ายเบี่ยง อ้างว่าจะรับผิดชอบ จะจ่ายงวดรถแต่ก็เลื่อนไปเรื่อยๆ
ตอนนี้แพมมีข้อมูลที่คาดว่ารถทั้ง 2 คันอาจจะถูกจำนำแล้วด้วย จากการปรึกษาทนาย หากไม่มีเงินจ่าย ทางไฟแนนซ์จะยึดรถ และอาจถูกฟ้องยึดทรัพย์ อาจส่งผลกลายเป็นคนล้มละลายได้ ทนายแนะนำให้แพมไปแจ้งความไว้ก่อน ซึ่งตัวแพมก็อยากไกล่เกลี่ยก่อนจึงยังคงรอคู่กรณีก่อน
โดยทนายรัชพลแนะนำว่า สามารถเอาผิดได้ เพราะอาจเข้าข่ายยักยอกทรัพย์ เพราะรถยังเป็นชื่อแพมอยู่ ทนายเตือนว่าแม้คนสนิทหรือคนใกล้ตัวก็ไม่ควรไว้ใจ ขอให้ระมัดระวังจะดีกว่า