ผู้สื่อข่าวของพีพีทีวี ทดลอง ค้นหาในอินเตอร์เน็ต เรื่องการ ซื้อขายคลิปอนาจาร พบว่า เมื่อลองใช้คีย์เวิร์ดง่ายๆ ค้นหา ก็เจอคลิปและการประกาศขาย จำนวนมาก เรทราคา แค่หลักร้อย แบ่งขายแบบเดียวกับที่แม่ของเด็ก9ขวบขายเลย คือ ราคาจะกำหนดจำนวนคลิปที่ได้
นอกจากการขายแบบโจ่งแจ้งแล้ว ผู้สื่อข่าว พบว่า บางแอคเคาท์โพสต์เชิญชวนเข้ากลุ่มลับในไลน์ เพื่อซื้อขายคลิปกันต่อ มีคำเชิญชวนว่า มีทั้งคลิปเด็กและผู้ใหญ่
เมื่อทดลอง แอดไลน์จาก QR Code ที่แจ้งไว้ พบว่า แอคเคาท์ นี้ขึ้นสถานะในไลน์ว่า “กลุ่มคลิปเด็กตั๋ว 100 ทักแชท “ (ต้องบอกก่อนว่า เจตนาการนำเสนอข่าวนี้ของเรา ไม่ใช่การแนะนำ จะเห็นว่าเราให้ข้อมูลแค่บางอย่างไม่ได้สอนการเข้าถึงคลิป แต่เจตนาจริงๆต้องการให้เห็นว่า หากจะตามล่ากวาดล้าง ค้นหาคนขายคลิปแบบนี้ในโลกออนไลน์ ไล่ดูไม่นานก็เจอแล้ว)
พีพีทีวี คุยเพิ่มเติมกับ พ.ต.อ.มรกต แสงสระคู ผู้กำกับการกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี2 กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ยอมรับว่า การติดตามตัวและดำเนินคดีกับทุกเคสที่ทำผิด เป็นเรื่องยาก เพราะ เมื่อเจอการกระทำความผิด ตำรวจต้องแกะ ”ร่องรอยทางดิจิทัล” เพื่อนำไปรวมกับ “พยานหลักฐานทางดิจิทัล” ให้สัมพันธ์กันกับ “ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น” จากนั้น จึงจะค้นหาตัวผู้กระทำความผิด และ ดำเนินคดีตามกระบวนการ
พ.ต.อ.มรกต ย้ำว่า ทั่วโลกให้ความสำคัญต่อเด็ก เนื่องจากเด็กถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานของสังคม ต้องสร้างโครงสร้างตรงนี้ที่ดี เพราะ การดูหรือซื้อสื่อลามกอนาจารเด็ก ถือเป็นจุดเริ่มต้นของคดีอาญาที่เกี่ยวกับเด็ก โดยเฉพาะการล่วงละเมิดเด็ก
เมื่อถามว่า การขายคลิปแบบนี้เข้าข่ายความผิดอะไรบ้าง พ.ต.อ.มรกต บอกว่า ตามกฎหมายอาญา หากใครครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก ถือเป็นความผิด มีอัตราโทษ จำคุก 5 ปี และหากใครเผยแพร่ต่อ จะ มีโทษจำคุก 7 ปี หรือ หากมีการนำไปแสวงหาประโยชน์จากสื่อที่ได้มา มีอัตราโทษจำคุกสูงถึง 10 ปี ซึ่งหากเป็นการกระทำที่แสวงหาประโยชน์ยังจะเข้าความผิดฐานค้ามนุษย์ด้วย