วันนี้ 26 ก.ค. 2565 นายวันเฉลิม โตมา ลูกชายผู้เสียชีวิต และ ญาติ นิมนต์ พระไปทำพิธีเชิญดวงวิญญาณ นางรำพึง เสือกระจ่าง และ นายวิสูตร โตมา พ่อและแม่ ที่ถูกรถแหกโค้งชนเสียชีวิต บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า
ถัดจากนั้น 2 พี่น้อง และ ญาติ เดินทางไปที่ ตึกนิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อทำเรื่องขอรับศพ พ่อและแม่ กลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิดจังหวัดสุโขทัย
นายวันเฉลิม บอกว่า ตัวเองยังทำใจไม่ได้ที่สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปในเวลาเดียวกัน ส่วนตัวไม่เชื่อคำให้การที่ผู้ก่อเหตุอ้างว่าดื่มเบียร์ไปแค่ขวดเดียว และมองว่าผู้หญิงที่นั่งรถมาด้วยก็มีส่วนในความผิดควรแจ้งข้อหาด้วยเช่นกัน
ส่วนที่ผู้ก่อเหตุบอกว่าจะชดใช้ให้กับทางครอบครัว ตัวเองอยากให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย และมองว่าไม่สามารถชดใช้กันได้กับสิ่งที่เสียไป รวมถึงจะไม่โหสิกรรมให้ด้วย พร้อมบอกว่า ไม่ต้องมาร่วมงานศพเลย เพราะ ไม่อยากเห็นหน้า
ส่วนความเคลื่อนไหวของ นายนวชาติ ราษฎร์นิยม ผู้ก่อเหตุ เช้านี้ตำรวจคุมตัวออกจากห้องขัง เพื่อนำตัวไปฝากขัง เขายืนยันกับผู้สื่อข่าวว่า ตัวเองไม่ได้เมา และ เชื่อว่า ตัวเองวูบ พลาดหลับใน ส่วนสาเหตุที่ยืนยันว่าไม่เมา เพราะ เขาบอกว่า ดื่มเบียร์ไปแค่ 1 ขวดเท่านั้น
นายนวชาติ ยังฝากขอโทษญาติพี่น้องผู้เสียชีวิต โดยบอกว่าตนเองจะรับผิดชอบ เต็มที่
ผู้สื่อข่าว รายงานเพิ่มเติมว่า ขณะที่นายนวชาติอยู่ในห้องคุมขังมีอาการซึม นั่งคอตก บริเวณใบหน้าด้านขวามีรอยฟกช้ำ คาดว่าน่าจะเกิดจากการถูกรุมประชาทัณฑ์หลังจากที่ขับรถชน 2 สามีภรรยา
สำหรับกรณีที่ นายนวชาติ อ้างว่า เขาดื่มเบียร์ไปแค่ 1 ขวด ข้อมูลนี้ ขัดแย้งกับ ร้อยตำรวจตรีธนวินท์ เอี่ยมละออง ตำรวจจราจร สน.บางโพงพาง เป็นเจ้าของร้านอาหาร ที่นายนวชาติ ไปนั่งกินดื่มก่อนขับรถชน โดยเจ้าของร้าน บอกว่า ร้านของเขาขายแต่อาหาร ไม่ได้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่เมื่อวานช่วง 13.00น. นายนวชาติ ถือเบียร์เข้ามาในร้าน 3 ขวด โดยมาพร้อมกับ ผู้หญิงคนหนึ่ง สั่งอาหารในร้านนั่งกินกับเบียร์ โดยนั่งกินนาน 2 ชั่วโมง จากนั้นก็ออกไป และเกิดเหตุตามข่าวที่ปรากฎ ซึ่งจุดเกิดเหตุกับร้านอาหารนี้ อยู่ห่างกัน แค่ 200 เมตร
ทั้งนี้หากย้อนดูข้อมูลการตรวจวัดแอลกอฮอล์ เมื่อวานนี้ พบว่า เหตุเกิดตอน 16.00น. แต่นายนวชาติ ไม่ยอมเป่าวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด กว่าจะเป่า ก็ปาเข้าไป 18.00น.
ซึ่งปริมาณแอลกอฮอล์ที่วัดได้ เกือบ 170 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่ามากกว่ากฎหมายกำหนด (กฎหมายบอกว่าปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดคนที่จะขับรถห้ามเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์)
พีพีทีวี ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม พบ งานวิจัยของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล หาก ดื่มเบียร์ 1 ขวด จะตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด ได้ประมาณ 45-60 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ หาก 3 ขวด ก็จะวัดได้ประมาณ 135-180 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ ส่วนสูง และ น้ำหนักตัว ของแต่ละบุคคลด้วย
และถึงแม้นายนวชาติ จะอ้างว่า ไม่ได้เมา แต่ตำรวจ ตั้ง ข้อหา นายนวชาติ รวม 3 ข้อหา คือ ขับรถในขณะมึนเมาสุรา ขับรถโดยประมาทจนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และขับรถโดยประมาททำให้ทรัพย์สินเสียหาย
พนักงานสอบสวนจึงแจ้ง 3 ข้อหา คือ ขับรถในขณะมึนเมาสุรา ขับรถโดยประมาทจนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และขับรถโดยประมาททำให้ทรัพย์สินเสียหาย
ส่วนประเด็นที่มีกระแสข่าวว่า นายนวชาติ แจ้งว่าตัวเองชื่อ ไพรัตน์ อุ่นเจริญ จนทำให้เกิดความสับสน ตำรวจให้ข้อมูลว่า ไม่ใช่เรื่องจริง เพราะนายนวชาติ แจ้งชื่อจริงกับตำรวจตั้งแต่แรก ส่วนชื่ออื่นๆ อาจจะเป็นการแจ้งกับชาวบ้าน ในตอนที่เกิดเหตุเท่านั้น จึงไม่มีการแจ้งข้อหาในส่วนนี้เพิ่มเติม
ส่วนผู้หญิงที่นั่งมาในรถคันเดียวกันกับนายนวชาติ ตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อหา เพราะไม่ได้เป็นคนขับ แต่จะมีส่วนร่วมในการกระทำผิดหรือไม่ อยู่ในระหว่างการพิจารณาต่อไป