พีพีทีวีเปิดใจ ผู้ประกอบการร้านอาหารกึ่งบาร์แห่งหนึ่ง ในกทม. ซึ่งพื้นที่ตั้งอยู่นอกโซนนิ่งเปิดผับเหมือนกับเมาน์เทน บี เขาบอกว่า ที่ร้านก็อยากเปิดแบบถูกต้อง แต่กฎหมายไม่เปิดให้ขออนุญาต ซึ่งนอกจากต้องทำมาหากินโดยผิดกฎหมาย เขายังถูกเรียกรับผลประโยชน์จากเจ้าหน้าที่ด้วย
แหล่งข่าวคนนี้บอกว่า ตอนเปิดร้านใหม่ๆ เจ้าหน้าที่เข้ามาคุยที่ร้านเลย บอกว่า เปิดร้านแบบนี้ ต้องมี “ค่าธรรมเนียม” เป็นรายเดือน
จากนั้นไม่นานก็จะมีเจ้าหน้าที่อีกหน่วยงานหนึ่ง แจ้งว่า ถูกร้องเรียนเสียงดัง ก่อนจะบอกให้จ่ายค่าปรับ หรืออย่างการตั้งโต๊ะเพิ่มหน้าร้าน ก็จะถูกเจ้าหน้าที่อีกหน่วยงานหนึ่ง เรียกเก็บค่าตั้งร้าน โดยกรณีตั้งโต๊ะจะถูกเก็บเงินเป็นรายสัปดาห์ สัปดาห์ละ 500 บาท
รวมๆในพื้นที่ แหล่งข่าวบอกว่า มีเจ้าหน้าที่ 2-3 หน่วยงาน สลับวนกันมาตรวจและเก็บเงิน หากมี 10 ร้าน ทุกร้านก็ต้องจ่าย แบบเดียวกัน
แหล่งข่าว บอกอีกว่า อยากให้มีการจัดโซนผับบาร์ จ่ายค่าธรรมเนียมกับฝ่ายที่รับผิดชอบโดยตรงให้ถูกต้อง และลดอำนาจและปัญหาเจ้าหน้าที่เรียกรับผลประโยชน์
ทีมข่าวคุยเรื่องนี้กับ นายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นหนึ่งในคนที่เคลื่อนไหวตรวจสอบ เจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะ ตำรวจ เขามองว่า ปัญหานี้เป็นปัญหาที่ทุกคนทราบดี แต่ไม่มีใครเข้าไปแก้ปัญหา เชื่อว่า เพราะ ผู้มีอำนาจได้ประโยชน์ด้วย
ส่วนการอุดช่องโหว่ปัญหาการเรียกเก็บส่วยของเจ้าหน้าที่ นายรังสิมันต์ บอกว่า ควรจะมีหน่วยงานอื่นเข้ามาร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบ ไม่ให้เป็นหน้าที่ของตำรวจเพียงอย่างเดียว มีการกำหนดกฎเกณฑ์ให้ผู้ประกอบการที่ต้องการเปิดสถานบันเทิงสามารถทำได้ง่ายขึ้น ส่วนตัวเชื่อว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ก็อยากทำให้ถูกต้อง รวมถึงเรื่องของเวลาการเปิด-ปิด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดการเรียกเก็บส่วย แนะนำว่า อาจจะมีการปรับโซนนิ่ง เพื่อกำหนดเวลาเปิด-ปิดใหม่ให้เหมาะสม
นายรังสิมันต์ เชื่อว่า การแก้ปัญหาส่วยสามารถแก้ได้ หากหน่วยงานที่มีอำนาจตั้งใจจริงๆ รวมถึงต้องเลิกระบบอุปถัมภ์ ก่อน เพราะเชื่อว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการเก็บส่วย