นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ "ดร.โจ" ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2569 สังกัดพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ช่วงหนึ่งในรายการปิดไมค์ถาม Off the Record ประเด็นข้อได้เปรียบที่พรรคประชาชนมีเหนือ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ว่า นายชัชชาติ ไม่มีทีม ส.ก. ไม่มีสังกัดพรรค การเลือกตั้ง กทม. ได้ผู้นำที่เข้ามาทำอะไรได้ค่อนข้างน้อย ถือเป็นโครงสร้างที่ต้องแก้ ซึ่งตนมองว่านายชัชชาติทำไม่ได้ แต่ตนทำได้
ปัญหาของ กทม. ที่พบในปัจจุบันจะเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องใช้การผลักดันด้วยอะไรที่มากกว่ากรอบราชการกรุงเทพฯ เนื่องจากว่าหากต้องทำอะไรที่หลุดจากกรอบอำนาจของ กทม. ต้องดำเนินการแบบฟูลทีม หรือจะเป็นการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน เช่น เครื่องออกกำลังกาย ลู่วิ่งราคาแพง แม้ว่าจะระบุว่าเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อย แต่กลับไร้คนรับผิดชอบ
อีกอย่างคือเรื่องเจตจำนง ที่เราแสดงให้เห็นแล้วว่าต้องการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างหลายเรื่อง เช่น ค่าโดยสารร่วม บริการขนส่งสาธารณะ หรือแม้เรื่องของ สปสช. ก็มีความพยายามพูดคุยในการแก้ปัญหาจากเชิงโครงสร้าง มาจนถึงในระดับ กทม.
นายชัยวัฒน์ ยังเล่าประสบการณ์ในวัยเด็กว่า ช่วงที่เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5-6 เคยตั้งเก้าอี้เล็ก ๆ ช่วยคุณน้าขายของอยู่ริมถนนระหว่างปิดเทอมเพื่อหารายได้เสริมบริเวณย่านบางลำพู ที่มีร้านขายชุดนักเรียน ก็จะพบเจ้าหน้าที่เทศกิจมาไล่ที่ มาเก็บส่วย ถ้าหนีไม่ทันจะโดนยึดแผง ซึ่งก็ต้องแบกแผง อีกคนแบกขาตั้ง วิ่งไปคนละทาง
ซึ่งกรณีดังกล่าว ตนมองว่า การขายแผงลอยไม่สามารถขายได้ทุกถนนอยู่แล้ว เพราะเป็นที่คนเดิน เราต้องให้สิทธิคนเดินเท้าก่อน หรือหากถนนมีความกว้างพอก็อาจมีหลักเกณฑ์สำหรับขายของได้อย่างมีระเบียบและถูกต้อง มีระบบจองที่ตั้งอย่างถูกกฎหมาย ล้างระบบสัมปทานมาเฟียที่ยึดทั้งถนน เป็นต้น