นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เกิดเมื่อวันอังคารที่ 24 พฤษภาคม 2509 ปัจจุบันอายุ 60 ปี เป็นบุตรของ พล.ต.อ. เสน่ห์ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กับ จิตต์จรุง สิทธิพันธุ์ มีพี่น้องอีก 2 คนคือ ดร.ปรีชญา สิทธิพันธุ์ อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ พี่ชายฝาแฝด ที่ปรึกษาคณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
การศึกษา
- ระดับมัธยมศึกษา จากโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
- ปริญญาวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมโยธา (เกียรตินิยมอันดับ 1) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิศวกรรมโครงสร้าง จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์
- วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เออร์แบนา-แชมเปญจน์ สหรัฐอเมริกา ด้วยทุนมูลนิธิอานันทมหิดล ประจำปี พ.ศ. 2530
นายชัชชาติ สมรสกับ ปิยดา อัศวฤทธิภูมิ พนักงานการบินไทย มีบุตรชายหนึ่งคน คือ แสนปิติ สิทธิพันธุ์ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญสำหรับการก้าวขึ้นมาเป็นผู้ว่าฯ กทม. เพราะเขาอยากให้ลูกชายเพียงคนเดียวของเขา มีคุณภาพชีวิตที่ดีในเมืองกรุงเทพมหานครนี้
นายชัชชาติ ก้าวเข้ามาช่วงงานให้คำปรึกษากับกระทรวงคมนาคม ในสมัยรัฐบาลทักษิณ 2 และรัฐบาลสมัคร ในฐานะนักวิชาการ โดยไม่มีตำแหน่งทางการเมือง จนกระทั่งปี 2555 ได้รับทาบทามจาก นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในเดือนมกราคม 2555
และในช่วงเดินตุลาคม ปีเดียวกันก็มีการปรับคณะรัฐมนตรี ทำให้ นายชัชชาติ ได้รับตำแหน่งสูงขึ้นเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในเดือนตุลาคม
วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 นายชัชชาติ เป็นหนึ่งในตัวแทนฝ่ายรัฐบาลที่เข้าร่วมประชุมกับบรรดาแกนนำและตัวแทนฝ่ายต่าง ๆ เพื่อหาทางออกประเทศ ที่จัดขึ้นโดยกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส.)
วันที่ 27 กันยายน 2560 รัฐบาลทหารได้ตั้งเขาเป็นกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน นายชัชชาติชี้แจงว่าไม่ทราบเรื่องมาก่อน และยื่นใบลาออกจากตำแหน่งกรรมการในวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2560
เมื่อปี 2562 นายชัชชาติ ประกาศว่า เขาตั้งใจจะลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในนามอิสระ โดยเน้นนโยบายด้านคน ระบบเส้นเลือดฝอย สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และเศรษฐกิจ
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 นายชัชชาติได้เปิดตัวลงสมัครอย่างเป็นทางการ ใช้ชื่อการรณรงค์หาเสียงว่า "กรุงเทพฯ เมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน" โดยมีนโยบายสำคัญ อาทิ การสร้างเครือข่ายแผนที่จุดเสี่ยงอาชญากรรม พัฒนาระบบขนส่งมวลชน สร้างกรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองแห่งศิลปะและการเรียนรู้ เป็นต้น ทั้งนี้ พิจิตต รัตตกุล อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา ก็เป็นหนึ่งในทีมงานของชัชชาติด้วย
ต่อมาในวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2565 ซึ่งเป็นวันเปิดรับสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติขี่จักรยานจากบ้านพักมาถึงศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง ตั้งแต่เวลา 06.00 น. และจับสลากได้หมายเลข 8 และดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจนถึงปี 2569
ล่าสุด 17 พฤษภาคม 2569 นายชัชชาติ ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระหว่างเตรียมตัววิ่งตรวจงาน City run ในช่วงเช้ามืด บริเวณลานคนเมือง ศาลาว่าการ กทม. (เสาชิงช้า) เขตพระนคร โดยกล่าวในช่วงหนึ่งว่า ตนจะลาออกในวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 เวลา 17.00 น. ส่วนเหตุผลที่ต้องลาออกนั้น เพราะต้องเดินทางไปต่างประเทศเนื่องจาก "แสนดี" (บุตรชาย) จะรับปริญญาครั้งสุดท้าย และอยากให้ไปร่วมแสดงความยินดีในช่วงปลายสัปดาห์พอดีจึงจำเป็นต้องเดินทาง
ซึ่งจริง ๆ แล้วตนจะหมดวาระในวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 หากเดินทางไปโดยไม่ลาออกก่อน ก็จะมีเรื่องของการตั้งผู้รักษาการแทน ซึ่งอาจเกิดปัญหาตามมา ตนจึงตัดสินใจลาออก และประกาศลงสมัครผู้ว่าฯ สมัยที่ 2 ให้ชัดเจน จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงที่มีการหาเสียง