พบว่า ฝ่ายทหาร คือ “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” สั่งตั้งคณะกรรมการสอบปม ส.ต.ท.หญิง ช่วยราชการ ได้ไปปฎิบัติงานจริงหรือไม่ ซึ่ง พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ตอบกระทู้ถามสดในสภาเมื่อวานนี้ บอกว่า เมื่อพบ ส.ต.ท.หญิง ไม่ได้ไปปฏิบัติงานจริง จึงส่งกลับต้นสังกัด เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ที่ผ่านมา เพื่อให้ต้นสังกัดสอบสวนทางวินัย
ส่วน ต้นสังกัด คือ “กองบังคับการตำรวจสันติบาล 1” สั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัย ให้กรอบเวลา 180 วัน ซึ่งมีการเปิดเผยจากรองโฆษก ตร. วันนี้ ว่าเป็นการสอบสวนวินัย “ร้ายแรง” โดยหากนับตามกรอบเวลา ทีมข่าวพบว่า จะต้องทราบผลในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2566
ขณะที่ “สำนักงานงบประมาณและการเงิน“ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งคณะกรรมการสอบปมการเข้ารับราชการ โดยมีกรอบเวลา 30 วัน หากนับตามกรอบ ทีมข่าวพบว่า จะต้องทราบผลภายในวันที่ 24 กันยายน ที่จะถึงนี้
โดยพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ย้ำว่า การตรวจสอบเฉพาะ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน สำคัญ คือ
เรื่องของคดีทำร้ายร่างกาย ที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว ความผิดทางวินัยร้ายแรง และ เรื่องการเข้ารับราชการของ ส.ต.ท. หญิง
ผู้สื่อข่าวสอบถามเพิ่มเติมกับ พล.ต.ท.พัฒนวุธ อังคะนาวิน ผู้บัญชาการสำนักงานงบประมาณและการเงิน ตร. เปิดเผยว่าการตรวจสอบจะเน้นดูจากเอกสารเป็นหลัก หากไม่เพียงพอก็จะสอบพยานบุคคลเพิ่มเติม ถ้าพบว่าการเข้ารับราชการไม่ถูกต้อง จะต้องประมวลเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาดูว่าเข้าข่ายผิดกฏหมายอาญาข้อไหนบ้าง
ขณะที่การตรวจสอบคู่ขนานใน สภา มีการนำเรื่องนี้เข้าสู่คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เป็นประธานแล้ว ผู้สื่อข่าวสอบถาม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ บอกว่าขั้นตอนต่อไปจะต้องผ่านกรรมาธิการพิจารณาก่อนว่าจะเชิญใครเข้ามาชี้แจงบ้าง จากนั้นจึงจะเริ่มเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงได้ คาดว่าจะเริ่มได้ในวันที่ 8 กันยายน เนื่องจากต้องต่อคิวกับเรื่องอื่นๆ ที่เคยเสนอเข้า กมธ.ป.ป.ช. มาก่อนหน้านี้
ส่วนข้อสงสัยของสังคมว่าการแต่งตั้งโยกย้าย ส.ต.ท.หญิง และทหารรับใช้ มี ส.ว. เข้ามาช่วยวิ่งเต้นหรือไม่ เมื่อวานนี้ ว่านายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา มอบหมายคณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภา สอบข้อเท็จจริงแล้ว