ตำรวจ สภ.เขาพนม พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุบริเวณริมถนนสายเขาพนม-ทุ่งใหญ่ หมู่ 2 ต.พรุเตียว อ.เขาพนม จ.กระบี่ พบผู้เสียชีวิตทั้ง 3 คน นอนอยู่ในพงหญ้าข้างถนน ทราบชื่อคือ นายนนทภัทร อายุ 18 ปี ถูกยิงเข้าที่ใบหน้า รายที่ 2 นางสาวภัณธิรา อายุ 18 ปี ถูกยิงเข้าที่หลังด้านซ้าย และรายที่ 3 นางสาวณัชนิชา อายุ 18 ปี ถูกยิงเข้าที่หลังด้านซ้าย โดยทั้ง 3 คน เรียนอยู่ชั้น ม. 6 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อำเภอเขาพนม
และใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ของกลุ่มผู้ตาย สภาพถูกไฟไหม้เสียหายทั้งคัน ส่วนบนถนนพบชิ้นส่วนกันชนด้านหน้าของรถเก๋งตกกระจัดกระจาย และพบปลอกกระสุนปืนลูกซองตกอยู่ 1 ปลอก
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายทั้ง 3 คน ได้ขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันออกจากบ้านของ นางสาวภัณธิชา ที่ ต.พรุเตียว แล้วจะมุ่งหน้าไปนอนที่บ้านของนางสาวณัชนิชา ใน ต.เขาพนม
เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเกิดเฉี่ยวชนกับรถเก๋งสีดำคันนึง จนรถจักรยานยนต์เสียหลักล้มคว่ำ ส่วนเด็กทั้ง 3 คน ก็ตกจากรถได้รับบาดเจ็บ แต่แทนที่คนขับรถเก๋งจะลงจากรถมาพูดคุยกันดีๆ กลับ ชักปืนกระหน่ำยิงผู้ตายอย่างเลือดเย็นทีละคน จนเสียชีวิต 3 ศพ ก่อนผู้ก่อเหตุจะหลบหนีมุ่งหน้าไปทาง อ.ทุ่งใหญ่
ขณะที่ ญาติ ๆ ของผู้เสียชีวิตเดินทางมาที่เกิดเหตุต่างอยู่ในการช็อก พากันร่ำไห้ โดยไม่คาดคิดว่าบุตรหลานจะมาถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมแบบนี้ ซึ่งทางญาติยืนยันว่า เด็กทั้ง 3 คน ไม่เคยมีเรื่องกับใครมาก่อน จึงไม่รู้ว่าถูกฆ่าจากสาเหตุอะไร
กลุ่มผู้ค้าสลากรากหญ้า ค้านเพิ่มโควต้าสลากดิจิทัล
แฟน"ส.ต.ท.หญิง" นอนคุก ศาลไม่ให้ประกันตัว
ภายหลังเกิดเหตุ ตำรวจหลายหน่วยได้ระดมกำลังกันออกไล่ล่าคนร้าย โดยมีทั้งชุดสืบสวนภูธรภาค 8 สนธิกำลังกับตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดกระบี่ ตำรวจ สภ.เขาพนม และหน่วยสวาทของภูธรจังหวัดกระบี่ พร้อมอาวุธครบมือหลายสิบนาย บุกเข้าปิดล้อมที่บริเวณบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 9 ต.พรุเตียว ซึ่งเปิดเป็นร้านเปลี่ยนยางรถยนต์ อยู่ที่ริมถนนสายเขาพนม-ทุ่งใหญ่ หลังตำรวจสืบทราบว่า ผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นเจ้าของร้าน หนีมาหลบซ่อนตัวอยู่ในบ้าน
ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง พบรถเก๋งบีเอ็มดับเบิลยู สีดำ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร จอดอยู่ในโรงจอดรถข้างร้าน สภาพด้านหน้ามีรอยเฉี่ยวชนพังเสียหาย และที่กระจกหน้าฝั่งคนขับมีรอยแตก จึงเรียกเจ้าของร้าน ทราบชื่อต่อมา คือ นายธีรศักดิ์ บุญเรือง หรือเสี่ยต้อย อายุ 42 ปี
แต่นายธีรศักดิ์ ไม่ยอมเปิดประตู ตำรวจจึงให้พ่อแม่ของนายธีรศักดิ์ มาร่วมเจรจา โดยต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูง เพราะนายธีรศักดิ์มีอาวุธ จนผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง นายธีรศักดิ์ ก็เปิดประตูออกมาแง้มดู 1 ครั้ง ทางเจ้าหน้าที่ จึงบุกเข้าไปชาร์จจับกุมตัว แต่นายธีรศักดิ์ วิ่งหนีไปทางประตูด้านข้าง ในมือถือปืนขนาด .357 พร้อมยิงต่อสู้ตลอดเวลา แต่เมื่อเห็นพ่อยืนอยู่ข้างตำรวจ นายธีรศักดิ์ ก็ยอมโยนอาวุธปืนทิ้งทันที
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจค้นในห้องนอน พบปืนลูกซองยาว 1 กระบอก พร้อมปลอกกระสุนปืน .357 กระจายอยู่ตามพื้นในห้อง และตามลานในร้าน ซึ่งถูกยิงไปตามผนังของร้านจนเป็นรูจำนวนมาก
สอบสวนนายธีรศักดิ์ เบื้องต้นให้การวกวน แต่ยอมรับว่าเมื่อคืนได้เสพยาบ้าไป 2 เม็ด จากนั้นได้ขับรถคันดังกล่าวจากบ้านของภรรยาที่ ต.เขาดิน มุ่งหน้ากลับบ้านเพียงคนเดียว เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ รถเกิดไปชนเข้ากับรถจักรยานยนต์ของกลุ่มนักเรียนผู้ตาย
เมื่อเห็นว่ารถชน ก็เลยจอด แล้วใช้ปืนลูกซองยิงใส่กลุ่มผู้ตาย ซึ่งไม่ได้รู้จักกันมาก่อน ส่วนรถจักรยานยนต์ที่ถูกไฟไหม้นั้น เจ้าตัวอ้างว่าสาเหตุเป็นเพราะไฟไหม้ขณะที่รถชนกัน ตัวเองไม่ได้เผา
ด้าน นางประเสริฐ แม่ของนายธีรศักดิ์ บอกว่า ลูกชายติดยาบ้ามานานแล้ว เคยส่งไปบำบัดแต่เมื่อกลับมาก็เสพอีก ลูกชายก็มีภรรยาและลูกอยู่ที่ ต.เขาดิน ส่วนตัวลูกชายจะกลับมานอนที่ร้านนี้ ไม่คิดว่าจะไปก่อเหตุฆ่าคนถึง 3 คน
โดยเมื่อหลายปีก่อนลูกชายเคยต้องโทษในคดีฆ่าคนตายในท้องที่ อ.เหนือคลอง และศาลฏีกาได้ตัดสินยกฟ้อง ก็ไม่คิดว่าลูกจะมาก่อเหตุแบบนี้อีก รู้สึกเสียใจอย่างมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เบื้องต้น ตำรวจคุมตัวผู้ก่อเหตุไปสอบปากคำที่โรงพัก เพื่อดำเนินคดีกันต่อไป
รัฐบาล เตือนร้านธงฟ้า อย่าฉวยโอกาสจาก“บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ตรวจพบเจอคุก 7 ปี
เช็กผลการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565 ประกาศทุกวันศุกร์ ในแต่ละสัปดาห์