เช้าวันนี้ (15 ก.ย.) ที่ สน.ดุสิต เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงคุมเข้ม ไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไปในพื้นที่เพื่อทำข่าว จ่าสิบเอกยงยุทธ มังกรกิม อายุ 58 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงเพื่อนร่วมงานเสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 1 นาย ในกรมยุทธศึกษาทหารบก ถนนเทอดดำริ เมื่อวานนี้ (14 ก.ย.) โดยตั้งแต่เมื่อวานจนถึงช่วงเช้า พนักงานสอบสวนยังคงสอบปากคำผู้ต้องหา ต่อเนื่อง กระทั่งช่วง 9 โมงเช้า ตำรวจ สน.ดุสิต ได้นำตัว จ่าสิบเอกยงยุทธ ขึ้นรถคุมขัง
โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า จ่าทำเพื่ออะไร, มีความแค้นส่วนตัวกับผู้เสียชีวิต หรือมีอะไรอยากจะบอกกับญาติผู้เสียชีวิตไหม ปรากฏว่า จ่าสิบเอกยงยุทธ ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา และมีสีหน้าที่นิ่งเฉย ก้มหน้าหลบสื่อตลอดการควบคุมตัวขึ้น รถคุมขัง
จากการสังเกตของผู้สื่อข่าว พบว่า รถคุมขัง ขับพาจ่าสิบเอกยงยุทธ ออกไปเพียง 15 นาที แล้วนำตัวกลับมาที่ สน.ดุสิต ตามเดิม โดยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ให้ข้อมูลว่า นำตัวจ่าสิบเอกยงยุทธ ไปทำอะไรมา แจ้งแต่เพียงว่า ให้รอฟังรายละเอียดอีกครั้ง
ต่อมา พันตำรวจเอก กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาที่ สน.ดุสิต เปิดเผยว่า ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ มีเวลาเหลือเพียง 1 วัน ในการควบคุมผู้ต้องหา เนื่องจากมีเวลาควบคุมตัว 48 ชั่วโมง นับจากเกิดเหตุ จากนั้นต้องนำตัวส่งฝากขังศาลทหารตามขั้นตอน
ซึ่งในวันนี้ สิ่งที่ตำรวจจะดำเนินการ คือ สอบปากคำผู้ต้องหาเพิ่มเติม เนื่องจากยังให้การวกวน ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี และวันนี้จะประสานไปยังแพทย์โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ที่ผู้ต้องหามีประวัติเคยเข้ารักษาอาการป่วย เพื่อให้วินิจฉัยโรคอีกครั้ง หลังจากที่ญาตินำเอกสารมาแสดงว่าผู้ต้องหามีอาการป่วย เคยได้รับความกระทบกระเทือนทางสมองจากอุบัติเหตุ เพื่อนำไปประกอบสำนวนคดี ทั้งนี้ จากการสอบพยานในที่เกิดเหตุ และครอบครัวผู้ต้องหา ไปกว่า 10 คน ทั้งหมดให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี
เบื้องต้น เข้าข่ายกระทำความผิด 4 ข้อหา คือ
1.ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
2.พยายามฆ่าผู้อื่น
3.พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ
4.ยิงปืนในที่สาธารณะ
แต่เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นทหาร จึงต้องมีนายทหารรัฐธรรมนูญ เข้ามาร่วมสอบสวนด้วย ก่อนจะนำตัวส่งศาลทหารดำเนินคดี ซึ่งมีขั้นตอนมากกว่าประชาชนทั่วไป
รัฐบาล เสียใจครอบครัวผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บ เหตุจ่าคลั่งกราดยิง
กองทัพบกเสียใจ จ่าคลั่งกราดยิง ในวิทยาลัยการทัพบก