ย้อนไปก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนจากเจ้าของหมู่บ้านจัดสรร ในพื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ว่า ได้ดำเนินการขอรังวัดเพื่อประกอบการขายหมู่บ้านจัดสรรดังกล่าว พร้อมทั้งได้ยื่นเอกสารต่อสำนักงานที่ดินจังหวัดปัตตานี ตามขั้นตอน ต่อมาผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่งานทะเบียน ขอค่าดำเนินการแบ่งแยกโฉนดที่ดินจำนวน 8 แปลง แปลงละ 15,000 บาท คิดเป็นเงิน 120,000 บาท จากค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายจริง เป็นเงินเพียง 1,500 บาท
และนัดหมายให้นำเงินสดมามอบให้ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดปัตตานี นอกจากนี้ยังพบข้อมูลว่า ผู้ต้องหาเคยมีพฤติกรรมเรียกรับเงินในลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายราย จึงมีการประสานสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท.และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.วางแผนจับกุม
โดยแจ้ง 3 ข้อกล่าวหาว่า แต่เบื้องต้นเจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวน บก.ปปป.จะได้สอบสวนพร้อมรวบรวมพยานหลักฐานก่อนเตรียมส่งสำนวนให้ ป.ป.ช.พิจารณาตามกฎหมายต่อไป
นอกจากกรณีนี้แล้ว ทีมข่าวยังได้พูดคุยกับผู้ที่มีประสบการณ์จ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่ที่ดินรายหนึ่ง เพื่อแลกกับความสะดวกรวดเร็วในการดำเนินการออกโฉนดที่ดินเมื่อเดือนก่อนด้วย แต่เป็นคนละจังหวัด
โดยชายคนนี้เล่าว่า เขาไปติดต่อเพื่อขอแบ่งโฉนดที่ดินจัดสรรที่ซื้อมาเพื่อสร้างบ้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งว่า การดำเนินการตามขั้นตอนค่อนข้างใช้เวลา แต่เขาต้องการเร่งด่วน ซึ่งได้รับคำปรึกษาจากนายหน้าค้าที่ดินรายหนึ่งว่าให้ไปคุยกับทางเจ้าหน้าที่ว่า จะสามารถดำเนินการได้เร็วที่สุดอย่างไรบ้าง โดยนายหน้าที่ดินบอกให้เขาเตรียมเงินจำนวนหนึ่งแต่ใส่ซองไว้ และ นำไปมอบให้ตอนที่เข้าไปปรึกษาเจ้าหน้าที่ ซึ่งตนก็เตรียมไปประมาณ 5 พันบาทอีกไม่นาน ก็โอนที่ดินได้