ภายหลังปลัด และอส.ชุดนีั้ถูกจับกุม ปรากฎว่า มีแม่ของผู้ต้องหายาเสพติดรายหนึ่งใน อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา มาร้องเรียนผู้สื่อข่าว บอกว่า เมื่อวันที่ 13 พ.ค. ลูกชายถูกจับกุมไอซ์ 100 กรัม และมีเพื่อนสนิทของลูกชายโทรมาบอกว่าให้หาเงิน 2 แสนบาทให้เจ้าหน้าที่ เพื่อแลกกับการปล่อยตัว แต่ทางครอบครัวไม่มีเงิน จึงโทรต่อรองกับชุดจับกุม หนึ่งในนั้นชื่อ “หมวดอาร์ม” ลดเหลือ 1.5 แสนบาท แต่ครอบครัวก็หาเงินไม่ได้ จึงต่อรองขอจ่ายก่อนก้อนแรก 7 หมื่นบาท
เมื่อจ่ายเงินไปครบแล้ว 1.5 แสนบาท ลูกชายยังไม่ถูกปล่อยตัว ชุดจับกุมแจ้งว่าต้องการเงินอีก 5 หมื่นบาท เพื่อนำไปขยายผลล่อซื้อยา หากสำเร็จก็จะคืนเงินให้ ครอบครัวจึงต้องนำรถจักรยานยนต์ไปจำนำ และโอนเงินอีก 5 หมื่นบาทไปให้ผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งชุดจับกุมอ้างว่าเป็นขบวนการค้ายา จนสุดท้ายสามารถขยายผลจับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่ม
แต่ผลสุดท้าย ลูกชายกลับถูกส่งตัวไปดำเนินคดีที่ สภ.คลองหอยโข่ง ขณะนี้ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ แถมเงินก็ไม่ได้คืน ชุดจับกุมบอกว่าไม่รู้โอนไปบัญชีไหนแล้ว ส่วนไอซ์ 100 กรัม ที่ลูกถูกจับ มีการลดจำนวนลงเหลือ 50 กรัม ผู้ร้องเรียนรายนี้ บอกว่า ตนเองเชื่อว่าชุดจับกุมลูกชาย ก็น่าจะเป็นชุดเดียวกันกับที่เป็นข่าว ตอนนี้ครอบครัวเดือดร้อนมาก ต้องเป็นหนี้นอกระบบที่นำมาจ่าย 2 แสนบาท และลูกชายยังถูกดำเนินคดี โดยศาลตัดสินจำคุกถึง 18 ปี
ขณะที่ เมื่อวานนี้ จ่าเอกไพรัช แก้วมณี ปลัดอำเภอ รองหัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง จ.สงขลา พร้อม อส.อีก 5 นายเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.รัตภูมิ หลังจากที่ถูกออกหมายจับมาตรา 157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ กรณีที่ถูกกล่าวหาว่าเรียกรับผลประโยชน์ เพื่อแลกตัวผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมยาเสพติด
โดยเมื่อคืนนี้ หลังจากพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาและสอบปากคำทั้ง ปลัด และอส.อีก 5 นาย โดยใช้เวลาสอบมาราธอนถึง 12 ชั่วโมงตั้งแต่เวลาประมาณ 9 โมงจนถึง 2 ทุ่มครึ่ง และได้ยื่นขอประกันตัวโดยใช้ตำแหน่งของปลัดอำเภอ ค้ำประกัน ตีวงเงินประกันคนละ 3 แสนบาท รวม 1 ล้าน 8 แสนบาท และปรากฎว่า ได้รับการประกันตัว โดยจ่าเอกไพรัช เปิดใจ ยืนยันความบริสุทธิ์ ในการปฏิบัติหน้าที่
ด้าน พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ บอกว่า คดีนี้ตำรวจพบข้อมูลในโทรศัพท์มือถือของหนึ่งใน อส. ที่ถูกลบทิ้งไป พบว่ามีการเรียกเงิน 1 ล้านบาทจริง แต่ต่อรองกันเหลือ 3 แสนบาท ไอซ์อีก 8 กิโลกรัมมูลค่า 8 แสนบาท เพื่อรวมกันแล้วให้มีมูลค่า 1 ล้านบาท จึงยืนยันชัดเจนว่าทีมปลัด และอส. แต่งเรื่องถูกปล้นขึ้นมา และไม่ได้มีการทำงานขยายผลเรื่องยาเสพติด แต่เป็นการนำตัวผู้ต้องหาไปแลกกับเงิน ตอนนี้เข้าข่ายพบการกระทำผิดมี 3 ข้อหาคือ ตามมาตรา 157 / รวมถึงเตรียมแจ้งข้อหาให้การเท็จ และปลอมแปลงป้ายทะเบียนรถยนต์ โดยจะตรวจสอบเส้นทางการเงิน หากพบว่าเข้าข่ายความผิดใดอีกก็จะแจ้งข้อหาเพิ่ม
ส่วนผู้ต้องหาแก๊งยาเสพติดที่ร่วมกันก่อเหตุ ขณะนี้ยังหลบหนีอยู่อีก 3 คน กำลังติดตามจับกุม รวมทั้งปืนที่ถูกชิงไปอีก 5 กระบอก ซึ่งการสอบสวนไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่หน่วยอื่นเข้าไปเกี่ยวข้อง มีเพียงปลัด-อส.ชุดเดียว และพบว่าเพิ่งทำแบบนี้เป็นครั้งแรก ซึ่งคดีนี้คงต้องติดตามกันยาวๆ โดยเฉพาะที่ บิ๊กโจ๊ก บอกว่าปลัด และอส.ชุดนี้เพิ่งทำครั้งแรก แต่เริ่มมีผู้เสียหายที่เคยถูกจับยาเสพติด และถูกเรียกเงินแลกกับการปล่อยตัวออกมาร้องเรียน ต้องดูว่าจะมีผู้เสียหายออกมาร้องเรียนเพิ่มหรือไม่
"บาร์ซ่า" ระส่ำส่อขาดทุน 700 ล้านบาทร่วงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
"วรวุฒิ" แข้งชลบุรี ยังสะอื้นเสียใจเหตุเมาแล้วขับ ขอเลิกเหล้าตลอดชีวิต