พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) แถลงถึงกรณีตำรวจฝ่ายสืบสวนสอบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 7 เข้าปิดล้อมจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติด และเกิดเหตุปะทะ ยิงสกัดรถยนต์ผู้ต้องหาที่บริเวณแยกเดอะมอลล์บางแค จนทำให้รถยนต์ประชาชนได้รับความเสียหาย 5 คัน
ปฏิบัติการดังกล่าว สืบเนื่องจากกรณีที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 7 ขยายผลจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดของ สน.ศาลาแดง ซึ่งมีการซัดทอดถึงผู้ต้องหา 3 คน คือ นายชนทัต , นายวินิต และ นายประพัฒน์
ขณะที่ตำรวจทำการเข้าตรวจค้นบ้านพักย่านพุทธมณฑล จนสามารถจับกุมตัว นายวินิตและนายประพัฒน์ไว้ได้ ส่วนนายชนทัต ไหวตัวหลบหนีขึ้นรถยนต์ฮอนด้า HRV สีขาว ขับหลบหนีเข้าถนนเพชรเกษม ซึ่งตำรวจที่ปักหลักอยู่ประมาณ 10 นาย จำเป็นต้องแสดงตัวเพื่อดำเนินการจับกุม แต่ผู้ต้องหากลับขับรถชนตำรวจ และขับรถชนรถประชาชนบนถนนเพชรเกษม เพื่อเปิดทางหลบหนีการจับกุม
ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจำเป็นต้องใช้มาตรการสกัดกั้นการหลบหนีและป้องกันการสูญเสียของประชาชน จึงตัดสินใจยิงล้อรถของผู้ก่อเหตุ แต่นายชนทัตขับรถชน ฝ่าวงล้อมไปได้
ต่อมาผู้ต้องหาได้นำรถไปจอดทิ้งไว้ที่ลานจอดรถศรีเวช เขตภาษีเจริญ จากการสืบสวนเบื้องต้น เชื่อว่า นายชนทัต ยังกบดานอยู่ใน กทม.
พล.ต.ต.นิธิธร กล่าวด้วยว่า จากการสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนเป็นตัวการของขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ และเป็นสมาชิกระดับหัวของ “แก๊งโอรส” ที่ผ่านมาผู้ต้องหา ไม่เคยแตะต้องยาเสพติด แต่ทำหน้าที่ควบคุมสั่งการเท่านั้น
อย่างไรก็ตามระหว่างเข้าค้นบ้านพักทั้ง 4 จุดพบ ยาเสพติด เป็น ยาไอซ์ 17.1 กิโลกรัม , ยาอีผง 18.3 กรัม , ยาอีเม็ด 235 เม็ด , ยาไฟว์-ไฟว์ 14 แผง 140 เม็ด และแฮปปี้วอเตอร์อีกจำนวนหนึ่ง
พล.ต.ต.นิธิธร ยังกล่าวแสดงความเสียใจกับประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่อยากให้ประชาชนเข้าใจการทำงานของตำรวจเพราะหากตำรวจไม่ตัดสินใจลงมือสกัดยิง อาจเกิดความสูญเสียมากกว่านี้ก็เป็นได้ พร้อมยืนยันว่าตำรวจได้รวบรวมความเสียหายของประชาชนไว้ในสำนวนเพื่อดำเนินคดีอาญากับนายชนทัต และฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายในทางแพ่งให้ผู้เสียหาย
“ขอฝากถึงนายชนทัตว่า หากดูข่าวอยู่ให้จดจำหน้าผม และ พ.ต.อ. เจษฎา สวยสม รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ไว้ให้ดี ถ้าเจอตำรวจแล้วใช้อาวุธ ตำรวจก็จะพิจารณา ดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่งยอมรับว่าเป็นห่วงนายชนทัต เพราะฉะนั้นให้แสดงตัวหรือมอบตัวจะดีกว่า”