จากกรณี หญิงเสียชีวิตปริศนา ระหว่างไปปล่อยปลา ที่ท่าน้ำใน จ.ราชบุรี โดย "แอม" ไปด้วย แต่กลับไม่ช่วย และหายตัวไปพร้อมทรัพย์สินของผู้เสียชีวิต
ซึ่งต่อมาผลการตรวจเลือดของหญิงสาวรายดังกล่าว พบว่ามีสารกลุ่มไซยาไนด์ จนกลายเป็นจุดเชื่อมโยงไปสู่การเสียชีวิตในอีกหลายกรณี หนึ่งในนั้นคือกรณีการเสียชีวิตของ “นายแด้” อดีตสามี “แอม” ที่เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้
โดย“นายเอ” เพื่อนสนิทของ “นายแด้” ได้โชว์ขวดสารเคมีสีขาว ฝาสีแดง ระบุบนฉลากกำกับว่า “UN1680” เป็นหนึ่งในหลักฐานที่เขาอ้างว่า พบอยู่ในบ้านพักแห่งหนึ่ง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นบ้านที่ “นายแด้” เคยใช้ชีวิตร่วมกับ “แอม” ก่อนจะเสียชีวิต ซึ่งเมื่อค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต พบว่า เป็นสารในกลุ่มไซยาไนด์ ทำให้เขาและครอบครัวของ “นายแด้” เริ่มเอะใจ และสงสัยสาเหตุการตาย จึงนำหลักฐานส่งให้กองบังคับการปราบปรามตรวจสอบ
โดย “นายเอ” บอกว่า “นายแด้” รู้จักและคบหากับ “แอม” ประมาณ 5-6 เดือน หลังจากที่ฝ่ายหญิงเลิกรากับสามีตำรวจไปแล้ว ตลอดเวลาที่ทั้งสองคบกัน “แอม” เป็นคนปากหวาน เอาใจเก่ง แถมยังมีโปรไฟล์ดี คือทำแชร์ และรับจำนองที่ดิน ทำให้ฝ่ายขายยอมเปย์ทุกอย่าง ทั้งเงิน ทั้งทอง ซึ่งก่อนจะเสียชีวิต “แด้” เดินทางไปจังหวัดอุดรธานี เพื่อทำธุรกิจปล่อยเงินกู้ จึงชักชวนให้ “แอม” ไปด้วยกัน และในวันที่นายแด้เสียชีวิต เป็นวันคล้ายวันเกิดข้องแอม คือวันที่ 12 มีนาคม ซึ่งช่วงเช้าทั้งสองคนออกไปทำบุญด้วยกันที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานี แต่พอบ่ายเวลา 13.30 น. ก็พบ “นายแด้” เป็นลมหมดสติในห้องน้ำที่บ้านพักและเสียชีวิต
โดยสภาพศพของ “นายแด้” มีรอยคล้ำที่ผิวขอบใต้ตา ริมฝีปาก และเล็บ รวมถึงมีเลือดออกที่บริเวณปากและจมูก แต่ที่แปลกใจมากกว่านั้น ก็คือในวันที่ “นายแด้” เสียชีวิต ตัว “แอม” ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมีย และกำลังตั้งท้อง กลับไปเลี้ยงฉลองวันเกิด ปล่อยให้เจ้าหน้าที่นำศพนายแด้ กลับมาลำพัง ส่วนตัวแอมตามมาทีหลัง
ผมข้องใจมาตั้งแต่วันที่เพื่อนผมเสียชีวิตแล้วว่าเป็นการวางยาแน่นอน เพราะเพื่อนผมสุขภาพแข็งแรง แล้วศพผมเปิดมามีผิวคล้ำ ดำ มันผิดปกติจากคนตายทั่วไปครับ หลังจากนั้นเขาส่งศพเพื่อนผมกลับมาบ้านโป่ง แต่ตัวเองจัดงานวันเกิด ยังมีอารมณ์จัดงานวันเกิด มีความสุขที่อุดรธานี แล้วกลับมาด้วยการนั่งเครื่องบิน
“นายเอ” ยังบอกอีกว่า ที่สำคัญตลอดงานศพ “แอม” ก็ไม่เคยมางานจนถึงเผาก็ออกมาแสดงตัวว่าเป็นเมีย และกำลังตั้งครรภ์ ซึ่งญาติเห็นแก่เด็ก จึงไม่ติดใจและยกทรัพย์สิน ทั้งสร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 5 บาท สร้อยข้อมือน้ำหนัก 3 บาท พระเลี่ยมทอง แหวนทอง และเงินสดจำนวนหนึ่ง
หลังจากนั้น พอมีข่าวว่า “ก้อย” เสียชีวิต ระหว่างไปปล่อยปลากับ “แอม” ก็เลยทำให้เพื่อน ๆ และครอบครัวของ “นายแด้” เริ่มเอะใจ เพราะลักษณะการตายที่คล้ายกัน จึงย้อนกลับไปที่บ้านพักก็พบหลักฐานขวดสารเคมี และใบแจ้งเสียชีวิต
เพื่อนสนิท “นายแด้” ยังบอกว่าอยากให้ตำรวจดำเนินคดีกับ “นางแอม” ให้ถึงที่สุด เพราะเป็นภัยสังคม แต่เชื่อว่า “นางแอม” ไม่ได้ก่อเหตุคนแน่นอน น่าจะมีคนเกี่ยวข้องด้วย เพราะเพียงผู้หญิงคนเดียวไม่น่ากล้าทำเรื่องแบบนี้
อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวลงพื้นที่สำรวจหอพักในจังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นจุดที่พบศพของ “นายแด้” ซึ่งเป็นลักษณะหอพัก 2 ชั้นโดย นายแด้ และ “แอม” พักอยู่ห้องหมายเลข 12 โดยคนดูแลหอพัก เล่าว่า “นายแด้” ผู้ตาย มาเช่าห้องพักได้ประมาณ 1 เดือน ทราบว่าทำงานปล่อยเงินกู้ ส่วน “นางแอม” ภรรยาไม่ได้อยู่ด้วยประจำ แต่จะไปๆ มาๆ
โดยวันที่ 11 มีนาคม “แอม” เดินทางมาหา “นายแด้” พอวันรุ่งขึ้นก็ออกไปวัดใน อ.หนองหาน จากนั้นทราบว่า “นายแด้” วูบล้ม จึงพาส่งโรงพยาบาล พออาการดีขึ้นก็กลับมานอนที่หอพัก จังหวะนั้น “แอม” นำผ้าไปซักกลับมา ก็พบสามีเสียชีวิต จึงแจ้งเจ้าของหอให้ขึ้นไปดู พบว่าสภาพศพนอนหงาย มีเลือดออกปาก จมูก ตัวเย็น และแข็ง จึงแจ้งตำรวจ เขาบอกว่าในตอนนั้น ก็เห็น “แอม” ร้องไห้เสียใจ ไม่ได้มีท่าทีพิรุธอะไร
ด้าน พ.ต.ท.บรรจง พาโคตร สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี บอกว่า ได้นำกำลังไปตรวจที่เกิดเหตุ ซึ่งก็ยังพบภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์นั่งร้องไห้ด้วยความเสียใจ พร้อมบอกว่าสามีมีโรคประจำตัวคือ ความดันโลหิตสูง เมื่อตรวจร่างกายไม่พบร่องรอยถูกทำร้าย และการชันสูตรแพทย์ระบุสาเหตุจากหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ซึ่งในตอนนั้น “แอม” ที่เป็นภรรยาเอง ก็แจ้งตำรวจว่าไม่ติดใจการเสียชีวิต ตำรวจจึงมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศล