ป่วยจิตเวชก็ไม่ช่วยให้รอดผิด หาก “แอม” มีสติลงมือก่อเหตุ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

มีประวัติการรักษาทางจิตเวช ก็ไม่ช่วยให้รอดผิด! หาก “แอม” มีสติลงมือก่อเหตุต้องถูกดำเนินคดี ส่วนหญิงตั้งครรภ์โดนโทษประหารชีวิต รอลงโทษหลังคลอดลูก 3 ปี

สืบเนื่องจากเป็นประเด็นที่หลายคนตั้งข้อสงสัยสำหรับกรณีของ “แอม” ผู้ต้องหาข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งพบว่าเธอ เป็นผู้ป่วยจิตเวช ทำให้สังคมเกิดคำถามว่า “แอม” อาจถูกละเว้นโทษทางอาญาหรือไม่  

ล่าสุด นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ระบุว่า สำหรับในกระบวนการทางอัยการ จะยึดตามสำนวนที่พนักงานสอบสวนส่งมาให้ พนักงานสอบสวนจะต้องสอบให้ได้ข้อเท็จจริงว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดหรือเป็นผู้บริสุทธิ์ จากนั้นอัยการจะเป็นผู้พิจารณา

อ.อ๊อด คาดผลตรวจสมุนไพรเหยื่อ "แอม" ออกสัปดาห์หน้า

นายโกศลวัฒน์ ให้ข้อมูลอีกว่า อย่างในกรณีนี้ถ้าในสำนวนมีการกล่าวอ้างว่า ผู้ต้องหามีประวัติการรักษาทางจิตเวช หรือวิกลจริต และมีใบรับรองแพทย์ยืนยัน ก็จะต้องพิจารณาตามหลักฐาน และถ้าระหว่างก่อเหตุผู้ต้องหารู้ตัวหรือมีสติครบถ้วนก็ต้องดำเนินคดี

 

ในสำนวนถ้ามีการกล่าวอ้างว่าวิกลจริตเขาก็อาจจะให้แพทย์ตรวจแล้วก็ส่งผลการตรวจทางแพทย์เข้ามาในสำนวนแล้วอัยการก็จะพิจารณาตามพยานหลักฐาน ตามสำนวน ส่วนการดำเนินคดีกฎหมายก็กำหนดอยู่แล้ว ถ้าระหว่างดำเนินคดีเขาวิกลจริตจนไม่สามารถจะเดินต่อได้ก็อาจจะมีกระบวนการที่หยุด เพราะว่าอันนี้ก็เป็นไปตามกฎหมายกำหนด แต่ถ้าขณะทำผิดยังรู้ผิดชอบชั่วดีก็ต้องดำเนินคดีกันไป อันนี้จะเป็นไปตามที่แพทย์ตรวจและเป็นไปตามใบแพทย์ที่จะส่งเข้ามาในสำนวน

 

นายโกศลวัฒน์ ยังบอกอีกว่า หากพยานหลักฐานเพียงพอ อัยการ ก็จะรวบรวมพยานหลักฐาน และสั่งฟ้อง โดยผู้ที่มีหน้าที่ในการกำหนดบทโลงคือศาลหรือผู้พิพากษา เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเป็นตัววัดว่าอัยการจะสั่งฟ้องหรือไม่ต้องขึ้นอยู่พยานหลักฐานในสำนวนและพนักงานสอบสวนที่จะต้องสอบให้ละเอียด

 

ด้าน นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อัยการอาวุโส สำนักงานการสอบสวน เปิดเผยข้อมูลอีกมุมหนึ่ง บอกว่า พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ฉบับที่แก้ไขใหม่ พ.ศ. 2550 มาตรา 247 วรรคสอง ระบุไว้ว่า



หญิงใดจะต้องประหารชีวิต ถ้ามีครรภ์อยู่ ให้รอไว้จนพ้นกำหนดสามปีนับแต่คลอดบุตร แล้วให้ลดโทษประหารชีวิตลงเหลือจำคุกตลอดชีวิต เว้นแต่เมื่อบุตรถึงแก่ความตาย ก่อนพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว ในระหว่างสามปีนับแต่คลอดบุตร ให้หญิงนั้นเลี้ยงดูบุตร ตามความเหมาะสมในสถานที่ที่สมควรแก่การเลี้ยงดูบุตรภายในเรือนจำ



 

สอดคล้องกับ นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความ ก็แสดงความเห็น บอกว่า กรณี ของ “แอม” มีการตั้งครรภ์ ดังนั้น สมมติแอมมีการกระทำความผิดจริง ศาลสั่งลงโทษประหารชีวิต แอมก็จะได้รับการลดโทษเป็นการจำคุกตลอดชีวิตแทน เพราะ เรื่องตั้งครรภ์  รอไว้จนกว่าจะพ้นกำหนด 3 ปี เพื่อรอให้ลูกอายุ 3 ขวบก่อน

 

ทั้งนี้ ทนายเดชา ยังให้ข้อมูลอีกว่า ประเทศไทยไม่มีการประหารชีวิตมานานแล้ว ครั้งสุดท้าย ที่มีการลงโทษประหารชีวิตคือ ปี 2546

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดโต๊ะข่าว

เปิดโต๊ะข่าว

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ