ชุดสืบสวนคลี่คลายคดีนางสาวสรารัตน์ หรือแอม ผู้ต้องหา วางยาไซยาไนด์ฆาตกรรมเหยื่อนับ10ราย ร่วมกันประชุมติดตามความคืบหน้าของคดี ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 หลังจากที่เมื่อวานนี้ พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าไปสอบปากคำแอม ผู้ต้องหา ภายในทัณฑสถานหญิงกลาง โดยแอมรับสารภาพว่าได้นำยาไซนาไนด์ไปให้นางสาวก้อย ผู้เสียชีวิตคนล่าสุดเพื่อผสมกับยาเสพติดทดลองเสพ จนทำให้เสียชีวิต และอ้างว่าได้รับไซยาไนด์มาจากนายแด้ อดีตสามี
โดยมีรายงานจากรายงานของตำรวจปราบปรามยาเสพติด ระบุว่าในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา การจับผู้ต้องหาคดียาเสพติด รวมทั้งการตรวจยึดส่วนผสมของแหล่งผลิตทั้งยาบ้า เฮโรอีน และไอซ์ ยังไม่เคยพบว่ามีไซยาไนด์เป็นส่วนผสมกับยาเสพติด ซึ่งสารไซยาไนด์ ถือว่าเป็นสารพิษมีความอันตราย จึงไม่มีเหตุผลที่จะนำมาผสมกับสารเสพติด ส่วนที่สังคมเข้าใจว่าในยาเสพติดมีส่วนผสมของยาฆ่าแมลงอยู่ด้วย ในอดีตตำรวจเคยตรวจยึดยาบ้าที่มีส่วนผสมกับยาฆ่าแมลง แต่ไม่ใช่สารไซยาไนด์ เป็นเพียงสารทำละลายที่นำไปเป็นสารตั้งต้นของการผลิตยาเสพติด
ขณะที่วันนี้มีรายงานว่า ตำรวจจะเชิญตัวพันตำรวจโทวิฑูรย์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือ รองอ๊อฟ อดีตสามีของแอม มารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่ม ในข้อหาทำลายพยานหลักฐาน และให้การสนับสนุนผู้ต้องหาที่กระทำความผิด หลังจากที่ก่อนหน้านี้ถูกออกหมายจับในคดียักยอกทรัพย์ และใช้เอกสารทางราชการปลอมมาแล้ว
นอกจากนั้นจะนำหลักฐานที่ได้เพิ่มเติมไปขอศาลจังหวัดนครปฐมออกหมายจับ ผู้ต้องหาที่ใกล้ชิดกับแอม ผู้ต้องหาเพิ่มเติมด้วย
ส่วนในช่วงบ่ายวันนี้ ตำรวจได้เชิญรองศาตราจารย์วีรชัย พุทธวงศ์ หรือ อาจารย์อ๊อด อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มารายงานผลของการตรวจสอบสารเคมีที่ตรวจยึดได้ จากการตรวจวัตถุพยานจำนวน 296 รายการในคดีนี้ด้วย