ทนายเกิดผลชี้ "กำนันนก" โทษหนักถึงประหารชีวิต

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ทีมข่าวพีพีทีวีได้พูดคุยกับ ทนายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความชื่อดัง ถึงพฤติการณ์ของกำนันนก ภายหลัง พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล. รอง ผบ.ตร. เปิดภาพวงจรปิดในวันเกิดเหตุยิงสารวัตรศิว ก่อนระบุ มีภาพกำนันนกเข้าไปปิดสวิตซ์กล้องวงจรปิดตัวสำคัญ และมีพยานบอกว่ากำนันนกเข้าไปห้องเซิร์ฟเวอร์ก่อนกล้องหยุดทำงาน

สืบเนื่องจาก “คดีกำนันนก” ที่มีการก่อเหตุ ยิง พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว หรือ “สาวัตรศิว” เสียชีวิต ระหว่างงานเลี้ยงภายในบ้านของกำนันนก

ล่าสุด ทีมข่าวพีพีทีวี พูดคุยกับ “ทนายเกิดผล แก้วเกิด” ทนายความชื่อดัง ถึงพฤติการณ์ของกำนันนก หลังจากที่พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.เปิดภาพวงจรปิดในวันเกิดเหตุยิงสารวัตรศิว ก่อนระบุว่า มีภาพกำนันนกปิดสวิตซ์กล้องวงจรปิดตัวสำคัญ

 

และมีพยานกล่าวว่ากำนันนกเข้าไปยังห้องเซิร์ฟเวอร์ก่อนที่กล้องวงจรปิดจะหยุดทำงาน ทำให้ไม่สามารถบันทึกรายละเอียดภายในขณะเกิดเหตุได้

โดยทนายเกิดผล ให้สัมภาษณ์ถึงพฤติการณ์ของกำนันนกว่า ต้องดูว่าที่กำนันนกเข้าไปปิดกล้องวงจรปิดนั้น มีเจตนาอย่างไร หากพิจารณาตามสภาพแวดล้อม กำนันนกอาจรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หรือเตรียมการเพื่อจะทำการอย่างไร ต้องดูที่เจตนา แต่สุดท้าย โทษหนักที่สุดที่กำนันนกจะได้รับคือ “ประหารชีวิต”  

ทนายเกิดผลกล่าวต่อว่า สมมติว่ากำนันนกทราบว่าจะมีการเตรียมการเพื่อให้ “นายหน่อง” ฆ่าสารวัตรศิว ให้ถือว่ากำนันนกมีการวางแผนล่วงหน้า ซึ่งเข้าข่ายความผิดฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยอาจเป็นผู้ใช้ ผู้จ้างใช้ หรือผู้ก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิด เมื่อนายหน่องฆ่าสารวัตรศิวแล้ว กำนันนกก็มีความผิดฐานเป็นตัวการร่วมกับผู้อื่น ตามความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 (4) ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

ทนายเกิดผล มองว่า หากกำนันนกต้องการสู้คดี สามารถสู้ได้เพียงอย่างเดียวคือ ระบุว่าไม่ได้เป็นคนสั่ง และไม่รู้เรื่องว่านายหน่องจะใช้อาวุธยิงสารวัตรศิว ซึ่งทางกฎหมายจะถือเป็นคนละส่วนกับการไปปิดเซิร์ฟเวอร์ เนื่องจากเรื่องนี้ เป็นการช่วยเหลือผู้กระทำความผิดทำลายพยานหลักฐาน

 

หลังจากนี้ ต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะต้องพิสูจน์ว่า กำนันนก รู้เรื่องหรือสั่งการหรือไม่ เพราะกล้องวงจรปิดที่เห็นว่ากำนันนกสั่งการจริง ๆ ไม่มีความชัดเจน และประจักษ์พยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุล้วนแต่เป็นผู้ต้องหา ซึ่งเป็นตำรวจที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาทั้งสิ้น

ทนายเกิดผลอธิบายต่อว่า หากกำนันนก สั่งฆ่าสารวัตรศิวจริง โทษของตำรวจในแต่ละกลุ่มที่จะได้รับนั้น แบ่งเป็นกลุ่มที่ให้การว่าเข้าไปช่วย แต่สุดท้ายไม่ได้ช่วย กลุ่มนี้เมื่อไม่ได้ช่วย แต่มีหน้าที่อย่างอื่นคือจับกุมคนร้าย แต่ไม่จับ เข้าข่ายความผิดฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ รับโทษจำคุก 2 -10 ปี

ส่วนกลุ่มที่ช่วยเหลือคนร้าย เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และช่วยพาคนร้ายหลบหนี ทั้งการช่วยคนร้ายและทำลายพยานหลักฐาน จะโดนโทษหนักสุด จำคุกสูงถึง 5-20 ปี และตำรวจ 4-5 คน ที่ให้การช่วยเหลือ กลุ่มนี้อาจไม่ต้องรับผิดทางกฎหมาย แต่อาจได้รับโทษทางวินัยได้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ