กรณีนายวรุตย์ อายุ 35 ปีหลอกพ่อและน้องสาว ไปเที่ยวเขื่อนภูมิพล แต่กลับหลอกให้ลงกล่องเหล็กถ่วงน้ำทั้งเป็นจนเสียชีวิต บริเวณสระน้ำหนองหลุมหิน บ้านสร้างขุ่ย ตำบลพังโคน อ.พังโคน จ.สกลนคร เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา นั้น
อาจารย์ตฤณห์ โพธิ์รักษา นักอาชญาวิทยาเชิงจิตวิทยา และพฤติกรรมอาชญากร คณะสังคมศาสตร์ ม.มหิดล ได้วิเคราะห์ถึงพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุว่าอาจจะเข้าข่าย โรคบุคลิกภาพต่อต้านสังคม (psychopaths) ไม่ใช่ผู้ป่วยจิตเวช
โรคนี้เกิดจากการเลี้ยงดู สภาพแวดล้อมการเป็นอยู่ ผู้ป่วยโรคนี้จะมีบุคลิกไม่ชอบเข้าสังคม ไม่กล้าสบตา ไม่ค่อยสุงสิงหรือพูดคุยกับใคร เวลามีอะไรกระทบจิตใจมักจะเก็บไว้
จากพฤติการณ์ของผู้ก่อเหตุ พบว่า มีการวางแผนเป็นขั้นตอน ทั้งการสั่งทำกล่องเหล็ก การลวงและพาเหยื่อไปยังจุดเกิดเหตุเอง จึงไม่เข้าข่ายผู้ป่วยทางจิต ย้ำว่าโรคบุคลิกภาพต่อทางสังคมไม่ใช่กลุ่มโรคของผู้ป่วยทางจิตเวช
ส่วนปัจจัยที่ทำให้พ่อและน้องสาว ลงไปในกล่องเหล็กได้นั้น เกิดจากความไว้เนื้อเชื่อใจของคนในครอบครัว จากสถิติที่ผ่านมา การฆาตกรรมคนในครอบครัว เกิดจากความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ผู้ก่อเหตุมักจะฉวยโอกาสในจังหวะที่เหยื่อเผลอ
อาจารย์ตฤณห์ ยังบอกด้วยว่า วิธีที่แพทย์จะประเมินว่าป่วยจิต หรือ เด็กพิเศษนั้น จะมีวิธีการตรวจสอบทั้งจากการแสกนสมอง การทำแบบทดสอบ ตรวจเลือด หากมีอาการป่วยทางจิตหรือเป็นเด็กพิเศษจริง จะมีผลต่อการลดโทษของการกระทำผิดหรือไม่นั้น อาจารย์ตฤณห์ ระบุว่า อาจจะต้องหยุดพักกระบวนการยุติธรรม เพื่อรักษาตัวให้พอสู้คดีได้ และกลับมารับโทษ ซึ่งอัตราโทษยังคงเดิม
ทั้งนี้ หากเทียบคดีนี้ กับ ไอซ์ หีบเหล็ก อาจารย์ตฤณห์ ระบุว่า พฤติการณ์ต่างกัน เพราะ ไอซ์ ไม่ได้เตรียมการไว้ ก่อเหตุแล้วค่อยอำพราง และส่วนตัวของไอซ์ โดนบูลลี่ ใช้แอลกอฮอล์ และมีข้อมูลเรื่องอาการป่วย
เช็กลิสต์ 18 ศูนย์สอบ ก.พ. แบบ e-Exam ประจำปี 2567
ซูเปอร์คอม ทำนายแชมป์เอเชียน คัพ 2023
เปิดภาพเรนเดอร์-สเปกหลุด iPhone SE 4 มาพร้อมไซส์กะทัดรัด-กล้อง 12MP