ตัวละครนี้ ชื่อว่า นายยุทธ์ เป็นเพื่อนรุ่นน้องของช่างกิต เปิดเผยกับทีมข่าวว่า เขาเป็นคนที่ขี่รถจักรยานยนต์ไปที่บ้านสาวพร แล้วบอกให้ “พร” ไปแจ้งความ
นายยุทธ์ บอกว่า ในวันดังกล่าวช่างกิตโทรศัพท์มาตามให้ช่วยไปดู “พร” ให้หน่อย โดยช่างกิตบอกว่า “พร” ไม่สบายปวดท้อง นายยุทธ์ ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้ๆ จึงขับขี่รถจักรยานยนต์ไปที่บ้านพร
เมื่อเขาไปถึงบ้าน "พร" เห็นช่างกิต อยู่ในบ้านแล้ว ช่างกิต ยังถามว่าทำไมขี่รถจักรยานยนต์มา ทำไมไม่ขับรถกระบะตู้ทึบมา
ส่วน “พร” มีอาการตัวสั่นคล้ายกลัวอะไรบางอย่าง ซึ่ง “พร” บอกว่า กลัวสามีเก่ากลับมาเอารถมอเตอร์ไซด์ และจะมาปีนขึ้นบ้าน ตนจึงแนะนำให้ไปแจ้งความ และเป็นคนพา "พร”ไป สุดท้ายเมื่อไปถึงโรงพัก กลายเป็นว่า "พร" แจ้งความว่าสามีหาย ตอนนั้นพอได้ฟังก็ตกใจ เพราะไม่ใช่แจ้งความประเด็นว่ากลัวสามีเก่าจะมาขึ้นบ้าน หรือกลัวว่าสามีเก่าจะมาเอารถ แต่เป็นเรื่องสามีหาย เพราะที่ผ่านมา รับรู้เพียงว่าช่างกิต เป็นสามีเพียงคนเดียวของพร และะวันดังกล่าว ช่างกิตนั่งอยู่ข้างๆ แล้วสามีคนไหนหาย
นายยุทธ์ บอกว่า ตอนนั้นมีเพียงช่างตนที่ตกใจ ส่วนช่างกิต ไม่ได้ตกใจอะไร มีสีหน้าเรียบเฉย และยังชวนตนออกไปสูบบุหรี่ ตอนนั้นได้แต่อึ้งอยู่ในใจ และเก็บเรื่องนี้ไว้ ไม่ได้บอกใคร
ผู้สื่อข่าว เดินทางไปยังบ้านของ นายนนท์ หัวหน้างานช่างกิต เล่าให้ฟังว่า เมื่อวานเดินทางไปให้ปากคำมาแล้ว ในฐานะพยาน ตำรวจถามในหลายประเด็นว่า รู้จักใครบ้างในกลุ่มผู้ก่อเหตุ รวมถึงเรื่องรถสีแดง ว่าเคยเห็นหรือไม่ ซึ่งตนได้ให้รายละเอียดเหตุการณ์กับเจ้าหน้าที่ไปหมดแล้ว
เมื่อช่วงเย็นวานนี้ น.ส.พร ก็โทรหาตน เพื่อขอให้ตนช่วยเข้าไปเป็นพยานปากเอกให้ ขอให้ช่วยบอกตำรวจว่าตนไม่รู้จักและไม่เคยเห็นรถคันที่ช่างกิตนำไปใช้ในวันก่อเหตุ และยังขอโทษตนเพื่อนๆ กับทุกเรื่องที่ผ่านมา
ส่วนเรื่องบัตรประชาชนของนายใหม่ ที่น.ส.พร เคยส่งมาสมัครงานกับตน กลับไปอยู่ในโทรศัพท์ของช่างกิต ( มีหลักฐานวงจรปิดว่า ช่างกิต ใช้บัตรประชาชนนายใหม่ ยืนยันตัวตนกับ รปภ. เพื่อเข้าหมู่บ้าน) ได้อย่างไรนั้น เรื่องนี้นายนนท์ บอกว่า ตนไม่ทราบว่าไปอยู่ที่นายกิต ได้อย่างไร แต่ยืนยันว่า ไม่ได้หลุดจากตน หรือที่งานขนส่งอย่างแน่นอน
นายนนท์ ยังบอกว่า อีกประเด็นที่ตำรวจสอบถาม คือเรื่องเชือก ที่ผู้ก่อเหตุใช้มัดมือผู้ตาย
โดยวันนี้ 8 ก.พ.2567 ผู้สื่อข่าวไปซื้อเชือกที่ร้านขายสินค้าเบ็ดเตล็ด แบบที่คล้ายกับใช้มัดมือมัดเท้านายใหม่ นำมาให้นายนนท์ดู โดยเขาบอกว่า เท่าที่ดูมีใช้เชือกแบบนี้ในการทำงาน และเป็นเชือกแบบเดียวกันกับที่ช่างกิต ใช้ผูกที่ท้ายรถ เพื่อกันประตูเปิดและของหล่น
แต่เมื่อเทียบเชือกที่ผูกมือของนายใหม่ กับเชื่อกที่ผูกท้านรถของช่างกิต คาดว่าไม่น่าจะใช่เชือกเส้นเดียวกัน เพราะเชือกที่ท้ายรถช่างกิต ค่อนข้างเก่า แต่ที่ใช้ก่อเหตุดูใหม่กว่า และเงื่อนที่ใช้ผูกท้ายรถกับผูกมัดมือนั้นคนละเงื่อนกัน เงื่อนที่ผูกมัดมือนั้นน่า จะเป็นเงื่อนที่ลูกเสือมัดกัน แต่ในวงการขนส่งจะมัดอีกแบบ ซึ่งนายนนท์ สาธิตการใช้เชือกมัดท้ายรถให้ผู้สื่อข่าวดูด้วย
ส่วนประเด็นกล้องวงจรปิด ที่ติดตั้งอยู่บ้านฝั่งตรงข้าม กับบ้านของช่างกิต ซึ่งในวันที่ 27 ม.ค. ที่ผ่านมา เวลา 08.05 น. (วันเกิดเหตุ) พบว่ามีรถกระบะตู้ทึบ สีขาว มีสติกเกอร์สีแดงติดอยู่มุมท้ายบนหลังคาสูง ของน้องพร ขับเข้ามาจอดริมถนน จากนั้น เวลา 08.33 น. ช่างกิต ขึ้นมาขับรถโดยมีน้องพร นั่งด้านข้างพากันขับออกไป
จนเวลา 09.37 น. ขับกลับเข้ามาโดยหันหัวรถไปในทิศทางตรงกันข้ามกับที่จอดครั้งแรก และกล้องวงจรปิดที่ร้านขายของชำ จับภาพนายกิต เดินเข้ามาหาซื้อของ แต่เหมือนจะไม่เจอของที่ต้องการจะซื้อก่อนที่จะเดินออกจากร้านไป ซึ่งตั้งข้อสังเกตุว่า ช่วงเช้า ในวันเกิดเหตุ น้องพร ยังอยู่กับนายกิต
ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังที่บ้านของ น.ส.พร อีกครั้ง พบว่าประตูถูกล็อก ไม่มีคนอยู่ภายในบ้าน และพบว่า รถจักรยานยนต์ของพร ที่เคยจอดไว้ในบ้านไม่อยู่แล้ว มีเพียงรถกระบะตู้ทึบของพร ที่จอดอยู่ปากซอยบ้าน ซึ่งจากข้อมูลทราบว่า น.ส.พร ได้ย้ายไปอยู่กับพ่อ ที่ต่างจังหวัดแล้ว
ไหว้ตรุษจีน 2569 จุดธูปกี่ดอก เวลาไหนดี พร้อมทิศมงคลเสริมเฮง
กสิกร ชี้แจง ปัญหาเงินถูกถอนออกจากบัญชีเอง แนะ เก็บบัตร ATM - เดบิต ไว้กับตัว