จากกรณีตำรวจพบศพ นายขนบ สมหวัง (เสี่ยสมาร์ท) หรือ “โกหมาส” อายุ 56 ปี เจ้าของสนามชนไก่ในอำเภอสวี จังหวัดชุมพร หลังหายตัวปริศนาไปเกือบ 2 เดือน สุดท้ายไปเจอศพอยู่ในสวนยางพื้นที่กว่า 3 พันไร่ใน จังหวัดนครศรีธรรมราชนั้น
ล่าสุดวันนี้ทีมข่าวได้เดินทางไปยังของญาติ ”เสี่ยสมาร์ท” และได้นำภาพถ่ายของศพที่เจ้าหน้าที่ขุดเจอไปให้ดูว่าคือนายขนบ สมหวัง หรือเสี่ยสมาร์ทที่หายตัวไปหรือไม่ เมื่อหลานสาวเห็นภาพ ก็ร้องไห้โฮออกมาทันที และยืนยันว่า รูปที่เห็นคือศพของน้าที่สูญหายไปจริง
ส่วนความคืบหน้าคดี พ.ต.อ.ธงชัย นุ้ยเจริญ รองผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่าวันนี้ตนเอง พร้อมด้วย พ.ต.อ.จักรา เสาวคนธ์ ผกก.สภ.นาสัก และตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน สภ.นาสัก จะเดินทางไปประชุม ร่วมกับตำรวจชุดสืบสวน ภาค 8 ที่ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อสรุปสำนวนคดีของนายขนบ และเตรียมขออนุมัติหมายจับขบวนการอุ้มฆ่านายขนบ เบื้องต้นคาดว่า ไม่ต่ำ 3 คน แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้
ซึ่งก่อนหน้านี้ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องสงสัยในคดีนี้มาแล้ว 3 คนเป็นคนในพื้นที่อำเภอทุ่งสง และอำเภอบางขัน แต่เบื้องต้นถูกดำเนินคดีในข้อหาอื่น คือ พรบ.อาวุธปืน, คดีลักทรัพย์ และคดียาเสพติด ซึ่งผู้ต้องสงสัยทั้งหมดได้ถูกประกันตัวไปหมดแล้ว แต่ตำรวจยังไม่สามารถเอาในคดีลักพาตัวและฆาตกรรมได้ เนื่องจากขณะนั้นยังไม่พบศพของเสี่ยสมาร์ท
ด้านเจ๊อ้วน ภรรยาคนที่ 1 ของเสี่ยสมาร์ท เปิดใจกับผู้สื่อข่าว เล่าถึงความคับแค้นใจ ที่ภรรยาคนที่ 2 เข้ามาเป็นมือที่ 3 ทำลายครอบครัว โดยเธอได้กำชับญาติพี่น้องให้จัดการแบ่งทรัพย์สิน ในส่วนที่เธอและสามีร่วมกันหามา โดยส่วนหนึ่งแบ่งให้กับลูกของเธอ และอีกส่วนหนึ่งยกให้ลูกของเสี่ยสมาร์ทและญาติพี่น้อง พร้อมกำชับว่าห้ามให้มือที่ 3 หรือภรรยาคนที่ 2 เข้ามาเกี่ยวข้องเด็ดขาด "แม้แต่สลิงหนึ่งฉันก็ไม่ต้องการให้"
โดยเจ๊อ้วน ยอมรับว่าเธอตกเป็นผู้ต้องสงสัยในการจ้างวานฆ่าสามี แต่เธอก็ยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองว่าไม่รู้เห็นกับการเสียชีวิตของสามี พร้อมไปพิสูจน์ความจริง ตอนนี้เธอเสียใจที่ก็เสียใจที่ต้องสูญเสียสามี ถ้าเป็นไปได้อยากขอจัดงานศพสามีให้แล้วเสร็จ จากกนั้นเธอจะเดินทางไปมอบตัวกับตำรวจเอง
ซึ่งก่อนหน้านี้ เจ๊อ้วน เคยเข้าไปพูดคุยกับนายสำราญ พี่ชายเสี่ยสมาร์ท ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับสามี หลังจากสามีหายตัวไป ประมาณ 2 สัปดาห์ คือวันที่ 19 ก.พ. ซึ่งมีการอัดคลิประหว่างการสนทนาไว้ ช่วงหนึ่ง เจ๊อ้วน บอกว่าเธอกับสามีทะเลาะกันอย่างหนักเรื่องมือที่ 3 และสามีก็ขู่ฆ่าเธอกับลูกสาว และเป็นจังหวะเดียวกับที่เพื่อนของสามีที่ชื่อนายชัยมาของานทำ แล้วถามเธอว่าเจ็บใจที่สามีทำอย่างนั้นไหม ก่อนจะถามว่าอยากเก็บสามีไหม เธอกลัวว่าลูกจะถูกสามีชิงฆ่าก่อนเลยตอบไปว่าสนใจ แล้วให้เงินไป 1 แสนบาท
หลังจากนั้น นายชัยก็โทรศัพท์กลับมาถามอีกว่าจะเอาอย่างไร เจ๊อ้วนได้แจ้งยกเลิก เพราะทำใจไม่ได้ นายชัยก็ถามกลับว่าแล้วจะทำอย่างไร ทั้งลูกเต้า เจ๊อ้วนก็บอกว่าช่างมัน อยู่ตามเวรตามกรรม ตายก็คือตาย
กระทั่งวันที่ 1 ก.พ.2567 ก่อนที่สามีหายตัวไป ช่วงค่ำ สามีได้เข้ามาที่บ้าน ก็เห็นนายชัยมาที่บ้านด้วยเช่นกัน เธอได้ไล่นายชัยกลับไปแล้วบอกว่ายกเลิกแล้ว จากนั้นก็เห็นรถสามีขับออกไป เธอก็คิดว่าสามีคงไปที่บ้านภรรยาคนที่ 2
เจ๊อ้วน บอกว่าตอนนั้นคิดว่านายชัยจะมาเก็บเธอด้วยซ้ำ เพราะเห็นว่าทั้งคู่เป็นเพื่อนกันน่าจะเข้าข้างกัน จากนั้นก็ไม่เจอสามีอีกเลย และไม่รู้ว่าสามีไปกับใครมีชีวิตอยู่หรือไม่ ส่วนรถที่ไปที่จังหวัดนครพนม เธอก็เข้าใจว่าสามีกับนายชัย น่าจะร่วมกันนำรถไปขาย ซึ่งเธอก็ถูกตำรวจเรียกไปเค้นสอบปากคำหลายครั้งแล้ว ก็ให้การไปตามที่เล่าให้พี่ชายฟัง และยืนยันว่าไม่รู้เห็นกับการหายตัวไปของสามี
10 เม.ย.นี้ ดิจิทัล วอลเล็ต ชัดเจนทุกอย่าง สมบูรณ์ ตอบโจทย์ทุกฝ่าย