สุดโหด! ฆาตกรรม 2 ตา-ยาย หมกบ่อน้ำหน้าบ้าน


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ที่จ.ชุมพร เกิดเหตุฆาตกรรมสองตา-ยาย หมกบ่อน้ำหน้าบ้าน ตำรวจเก็บรวบรวมหลักฐาน เร่งหาสาเหตุ

เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 17 เม.ย.2567 พ.ต.ท.ภัคดี ตันอนุกูล สว.(สอบสวน) สภ.หลังสวน จ.ชุมพร ได้รับแจ้งมีศพถูกฆาตกรรม 2 ศพทิ้งอยู่ในบ่อน้ำหน้าบ้านเลขที่ 28 หมู่ 10 ตำบลนาพญา อ.หลังสวน จึงรายงาน พ.ต.อ.ธงชัย นุ้ยเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร แล้วเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.ฉลาด พลนาการ ผกก.สภ.หลังสวน ตำรวจวิทยากร และหน่วยกู้ภัยสมาคมพุทธประทีปหลังสวน

คอนเทนต์แนะนำ
จับแล้ว! อินเดียโหดแทง 31 แผล ฆ่าหญิงไทยคาโรงแรมย่านตลาดพลู
จับแล้ว "จักร เขาบายศรี” มือสาดกระสุนวันไหลสัตหีบ

ฆาตกรรม สตริงเกอร์ ชุมพร
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเหตุฆาตกรรมสองตายาย หมกบ่อน้ำ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ยกสูงสภาพเก่า หน้าบ้านหันไปทางทิศตะวันออก ห่างจากบันไดหน้าบ้านประมาณ เมตร 5 เมตร มีบ่อน้ำขุดวางปลอกบ่อด้วยท่อปูนซีเมนต์ลึกประมาณ 5-6 เมตร ภายในบ่อมีกลิ่นโชยเหม็นคลุ้งพบศพ 2 ศพลอยอืดโผล่ขึ้นมา เป็นศพผู้หญิง 1 ศพ ผู้ชาย 1 ศพ โดยศพผู้หญิงทับศพผู้ชายอยู่ด้านบน

เจ้าหน้าที่หน้าต้องใช้รถแบ็คโฮขุดดินปากบ่อขยายให้กว้างแล้วเอาปลอกท่อปูนซีเมน์ขึ้นมาจำนวน 3 ท่อ เพื่อให้มีสภาพต่ำ สะดวกในการนำศพขึ้นมา เนื่องจากเจ้าหน้าที่กลัวว่าหลักฐานจากศพจะถูกทำลายระหว่างขนย้ายขึ้นมา ใช้เวลานานขุดปรับสภาพพื้นดินรอบบ่อนานเกือบ 3 ชั่วโมง

จากนั้นหน่วยกู้ภัยจึงโรยตัวลงไปน้ำศพทั้ง 2 ศพขึ้นมา ศพแรกทราบชื่อคือ น.ส.ล้วน อายุ  89 ปี สภาพไม่สวมเสื้อผ้า ที่แขนข้างซ้ายมีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งจนหักผิดรูป ศพที่ 2 ทราบชื่อคือ นายเจือง หรือ อายุ 85 ปี สภาพศพไม่สวมเสื้อผ้า มีบาดแผลที่หน้าผากเหนือคิ้วขวาถูกตีด้วยของแข็งเป็นรอยยาวไปถึงขมับ และที่ท้ายท้อยอีก 2 แผล  ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ศพ เป็นพี่น้องกันและพักอาศัยอยู่ในบ้านหลักเกิดเหตุหลังเดียวกัน

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณที่โคนเสาหน้าบ้านด้านขวามีกองเลือดแห้งเกรอะกรังจำนวนมาก และข้างบันไดบ้านมีดพร้า (มีงอแบบมีด้าม) วางอยู่ 1 ด้าม ห่างกันเล็กน้อยที่เตียงนั่งเล่นใต้ถุนบ้านมีคราบเลือดกระเซ็นเปรอะเปื้อนหลายจุดทั้งบนพื้นและบนเตียง และที่พื้นใกล้เตียงมีขวานวางอยู่ 1 ด้าม นอกจากนั้นยังพบร่องรอยลักษณะคล้ายมีคนลากศพเป็นทางจากเตียงไปทิ้งยังบ่อน้ำ ส่วนบนบ้านพบมีร่องรอยการรื้อค้นสิ่งของกระจุยกระจายไปทั่ว เจ้าหน้าที่ได้เก็บรวมรวมพยานหลักฐานที่เกิดเหตุทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่าผู้ตายทั้งสองเป็นพี่น้องและบ้านเดียวกันมานานแล้ว โดยนายเจือง หรือทอง เจียมวิจิตร อายุ 85 ปี ผู้เป็นน้องชาย เคยมีภรรยาและลูกชายหญิง 2 คน แต่ได้เลิกรากันไปกว่า 20 ปีแล้ว โดยลูกชายหญิงฝ่ายอดีตภรรยานำไปเลี้ยงดูด้วย จนปัจจุบันอดีตภรรยาอายุ 78 ปี ลูกสาวอายุ 45 ปี และลูกชายอายุ 43 ปี ย้ายไปอยู่อีกตำบลและไม่เคยไปมาหาสู่กันเลย

นอกจากนั้นยังพบว่าเมื่อประมาณ 2 ปี ที่ผ่านมา นายเจือง ได้ขายที่ดินไปกว่า 10 ไร่ ได้เงินมากว่า 2 ล้านบาท และนำเงินเข้าฝากไว้ในบัญชีในชื่อของ น.ส.ล้วน ที่ตายพร้อมกันในบ่อน้ำ และยังพบว่าที่ผ่านมาผู้ตายทั้ง 2 คน มักจะอยู่แบบไม่สนใจไม่สุงสิงกับใคร และ มีปัญหากับเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้กันหลายคน จนกระทั้งก่อนพบศพผู้ตายทั้ง 2 คน ช่วงบ่ายได้มีญาติพี่น้อง ได้เดินทางมาจากต่างอำเภอและต่างจังหวัดกว่า 10 คน เพื่อแวะมาเยี่ยมเยือนในช่วงเทศกรานต์วันสงกรานต์ และพบเป็นศพจึงแจ้งตำรวจมาตรวจสอบดังกล่าว ส่วนปมเหตุการณ์ฆ่าโหดอยู่ระหว่างการสอบสวนของตำรวจเพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป.

สอบถามญาติของผู้ตายทราบว่า วันนี้ ทางญาติๆหลายคน จากหลายพื้นที่ทั้งที่อยู่ ใน อ.หลังสวน อ.ละแม จ.ชุมพร และมาจาก จ.สุราษฎร์ธานี จ.กระบี่ กว่า 10 คน ได้นัดหมายกันว่าจะมาเยี่ยมและมาไหว้ขอพร น.ส.ล้วน และ นายเจื้อง ซึ่งทั้งสองมีศักดิ์เป็นน้าและเป็นอา ของทุกคน โดยได้ซื้อสิ่งของมาฝากทั้งสองอีกด้วย

ญาติผู้ตาย กล่าวอีกว่า ตลอดระยะกว่า 10 ปี พวกตนไม่เคยได้มาเยี่ยมหาทั้งสองเลย แต่ไม่ทราบว่าอะไรดลจิตดลใจ ให้ทุกคนอยากมากราบไหว้ขอพร เนื่องในวันสงกรานต์ หรือ วันปีใหม่ไทย  ซึ่งทั้งสอง ถือว่าเป็นผู้อาวุโสของครอบครัว แต่เมื่อมาถึงก็พบว่า ประตูหน้าบ้านเปิดอ้าอยู่ จึงได้เรียกตะโกนหา นึกว่าทั้งสองอยู่ในสวน แต่พอมาสังเกตพบคราบเลือดติดอยู่ที่เสาบ้าน และเมื่อเดินไปบริเวณใต้ถุนบ้าน ก็พบรองเท้าแตะน่าจะเป็นของน้าสาว มีคราบเลือดติดเต็มทั้งสองข้าง นอกจากนี้ยังพบหยดเลือดบนเตียงนั่งอีกด้วย จึงเชื่อว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับทั้งสองเป็นแน่

เมื่อเป็นอย่างนั้น ญาติทุกคนที่มาด้วยต่างช่วยกันตามหาทั้งในสวนและข้างบ้าน จนกระทั่งมาถึงบริเวณบ่อน้ำข้างบ้าน ซึ่งมีฝาบ่อที่ทำได้ไม้ปิดอยู่ พบแมลงวันบินว่อนและยิ่งเข้าใกล้ก็ได้กลิ่นเหม็นคล้ายซากศพโชยมา จึงเชื่อว่าภายในบ่อ ต้องเป็น น้าสาวและน้าชายเป็นแน่ จึงกันไม่ให้ใครไปจับต้องแต่อย่างใด พร้อมได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจมาตรวจสอบดังกล่าว

ด้าน นางมะลิวรรณ อายุ 54 ปี กล่าวว่า ตนเองก็เป็นหลานอีกคนของทั้งสอง และจะเวียนว่ายมาหาทั้งสองอยู่เป็นระยะ เนื่องจาก ตนเอง เป็น อสม.ในพื้นที่ โดยทุกครั้งที่จะมาก็เข้าเพื่อนำยามาให้ตามหมอสั่ง หรือ หากทั้งสองคนใดคนหนึ่งไม่สบาย ก็จะโทรศัพท์มาหาที่ตนเพื่อจะให้พาไปหาหมอ ซึ่งล่าสุดเมื่อกลางเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา และตนเองไม่ทราบรายละเอียดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับทั้งสองเลย เพราะทั้งสอง ไม่เคยปริปากบอกแม้สักนิด อีกทั้งสองเป็นคนไม่ชอบไปสุงสิงกับใคร และไม่ไว้ใจใครอีกด้วย

ในขณะที่ นางกษิษฐา พัฒลำภู ผู้ใหญ่บ้าน ม.10 เจ้าของพื้นที่ กล่าวว่า ทั้งสองคนอาศัยอยู่ที่นี้มานานแล้ว โดยที่ดินของตายาย มีประมาณ 10 กว่าไร่ และยังที่ดินอีกส่วนหนึ่งอยู่ต่างหมู่บ้าน แต่สำหรับที่ดินที่อยู่ปัจจุบัน เป็นที่ดินตาบอด ต้องอาศัยที่ดินของเพื่อนบ้านเข้าออก และที่สำคัญตายาย มักจะมีปัญหากับเจ้าของที่ดินรอบข้างบ่อย และมีเรื่องถึงโรงถึงศาลมาแล้ว ส่วนชนวนเหตุในครั้งนี้ แม้ตนเองจะเป็นผู้ใหญ่บ้านและที่ดินติดกัน ก็ยังไม่ทราบว่ามาจากสาเหตุใด

ประเพณี "วันไหล" คืออะไร ทำไมถึงมีขึ้นหลังวันสงกรานต์

ความเสี่ยงที่อิสราเอลต้องเจอ หากเดินหน้าตอบโต้อิหร่านเต็มกำลัง

ผลบอล UCL รอบ 8 ทีม เปแอสเช-ดอร์ทมุนด์ กอดคอ เข้ารอบรองฯ

PR-โปรแกรมผลบอล-2_B PR-โปรแกรมผลบอล-2_B
TOP อาชญากรรม
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ