จากกรณีที่ “เสี่ยต้น” ซีอีโอธุรกิจสอนนวดแผนไทย ถูกลอบยิงในพื้นที่ สน.วังทองหลาง เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ที่ผ่านมา ก่อนเสียชีวิตปริศนาที่ จ.มหาสารคาม ประมาณกลางเดือนเมษายน และต่อมาเจ้าหน้าที่ผบชน.ภาค 4 เข้าจับกุม “น.ส.วรรณิภา” ภรรยาของเสี่ยต้น หลังศาลออกหมายจับ ข้อหากระทำความผิดฐานเป็นผู้ใช้จ้างวานให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนนั้น
หากย้อนไปเมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมา น.ส.วรรณิภา เคยให้รายละเอียดเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวในรายการโหนกระแสไว้ด้วย
น.ส.วรรณิภา เล่าย้อนว่า ตนกับเสี่ยต้นแยกกันอยู่ โดยหนีมาจาก จ.มหาสารคาม เนื่องจากเมื่อเสี่ยต้นเมาสุราหนัก จะมีอาการโมโหร้าย จึงร่วมกันไปหาหมอที่รพ.เพื่อรักษาอาการ หมอจึงให้แยกกันอยู่ก่อนจนกว่าอาการจะดีขึ้น ส่วนในวันที่เกิดเหตุ น.ส.วรรณิภา เล่าว่า แม่ของตนพบ เสี่ยต้น นอนเสียชีวิตอยู่ หลังเมาสุราหลับไป ช่วงเช้ามืดวันที่ 16 เมษายน
หลังพบศพ น.ส.วรรณิภา ระบุว่า รู้ตัวอีกทีก็มีหมอและตำรวจมาถึงจุดพบศพแล้ว ตนคิดว่าสาเหตุการเสียชีวิตอาจเป็นการไหลตาย เนื่องจากแพทย์ระบุในเบื้องต้นว่าไม่พบสิ่งผิดปกติ ก่อนที่จะพบในใบมรณะบัตรระบุว่า เสียชีวิตจากการเจ็บป่วยที่ไม่ชัดเจน ซึ่ง น.ส.วรรณิภา อ้างว่า เจ้าหน้าที่ไม่มีการแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินการเกี่ยวกับศพ พร้อมบอกกับตนว่า สามารถนำศพไปประกอบพิธีทางศาสนาได้เลย
ส่วนกรณีที่ถูกลอบยิง น.ส.วรรณิภา เล่าว่า ในวันที่เสี่ยต้นถูกลอบยิง ตนไม่ได้ไปสถานบันเทิงกับสามีด้วยเนื่องจากต้องดูแลลูก หลังจากที่สามีออกจากสถานบันเทิงก็โทรมาบอกตน จึงทราบว่าสามีถูกลอบยิง พร้อมยืนยันหนักแน่นในรายการว่า ตนไม่รู้จักกับคนร้าย และไม่ทราบว่าเป็นการยิงขู่ หรือหวังเอาชีวิต หากตนไปด้วยคนที่โดนอาจเป็นตนก็ได้ เนื่องจากตำแหน่งที่ถูกยิงเป็นตำแหน่งที่ตนนั่ง
กรณีที่ น.ส.วรรณิภา โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เกี่ยวกับการฝึกพาดหัวข่าว น.ส.วรรณิภา ให้รายละเอียดว่า เกิดจากความเครียดเกี่ยวกับการเสียชีวิตของสามี ซึ่งมีผลต่อการทำงานและการดูแลลูก หากพาดพิงใครก็ขออภัยด้วย
น.ส.วรรณิภา ทิ้งท้ายว่า ขอยืนยันความบริสุทธิ์ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการเสียชีวิตของเสี่ยต้น อยากให้สังคมเข้าใจว่าคนคนหนึ่งที่ต้องแบกรับภาระทุกอย่าง สูญเสียสามี และต้องเลี้ยงลูกเอง จึงเกิดความกดดันและความเครียด
ที่มา : โหนกระแส