วันที่ 7 มิ.ย. 2567 พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ร่วมกับสืบนครบาล ชุดพยัคฆ์ร้ายเทพนคร และ สืบบก.น 3 สน.หนองจอก ติดตามจับกุมตัว นายศุภณัฐ สลับสี หรือบังซิน อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี
ข้อหา ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร และยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมชน
โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ถ.คลองสิบสาม แขวงคลองสิบสอง เขตหนองจอก กรุงเทพฯ พร้อมด้วยของกลาง 1.ปืนยาว จำนวน 2 กระบอก 2.หมวกกันน็อค 18. ใบ และ 3.เสื้อที่ใช้ในการก่อเหตุ 1 ชุด
พฤติการณ์ โดย เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2567 เวลาประมาณ 23.30 น. เกิดเหตุมีแก๊งอันธพาลขับรถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 7 คัน รวมกว่า 11 คน สวมหมวกกันน๊อคเต็มใบปกปิดใบหน้า ไล่ยิงคู่อริกว่า 16 นัด กลางถนน บริเวณหน้าร้านหมู่จุ่ม ตำแซ่บ เลียบวารี ถ.เลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ ทำให้ชาวบ้านบริเวณดังกล่าวและรถที่สัญจรไปมาบนท้องถนน พากันหลบเข้ากำบังหนีตาย แต่โชคดีที่กระสุนปืนไม่ได้โดนผู้ใดให้ได้รับบาดเจ็บ ระหว่างนั้น กลุ่มคนร้ายขับรถเกี่ยวกันเองทำให้ล้มได้รับบาดเจ็บ จำทำให้ตำรวจ สน.หนองจอก สามารถควบคุมตัวไว้ได้ 4 ราย
จากการขยายผลทำให้ทราบว่า นายศุภณัฐ สลับสี หรือ บังซิน หัวโจกของแก๊ง และ นายชนาภัทร เล็กขำ หรือ คิม เป็นผู้ที่เหนี่ยวไกเปิดฉากยิงใส่คู่อริ จากนั้น พล.ต.ต.ธีรเดช หรือผู้การจ๋อ ส่งชุดสารวัตรแจ๊ะ และ ทีมพยัคฆ์ร้ายเทพนคร ลงพื้นที่สืบสวนจนทราบเซฟเฮ้าส์ลับที่เป็นจุดรวมพลของแก๊งนี้ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ชนบทริมขอบ กรุงเทพฯ
ดยในเช้าวันที่ 7 มิ.ย. 2567 พล.ต.ต.ธีรเดช ได้เปิดปฏิบัตการ“ทลายแก๊งบังซิน” เข้าตรวจค้น 2 จุด ในพื้นที่ย่านหนองจอก โดยสามารถจับกุมตัว บังซิน หัวหน้าแก๊ง ได้ขณะนอนกบดาลอยู่ภายในเซฟเฮ้าส์ จากการตรวจค้นพบอาวุธปืนยาว 2 กระบอก หมวกกันน็อคกว่า 20 ใบ และจากการตรวจสอบพบว่าเซฟเฮ้าส์แห่งนี้จะเป็นที่รวมตัวของกลุ่มนักศึกษาอาชีวะชื่อดังย่านหนองจอก แต่ส่วนใหญ่จะไม่มีสถานะเป็นนักศึกษาแล้ว แต่ยังรวมตัวรวมกลุ่มแสดงพลังเช่นนี้อยู่เป็นประจำและล่าสุด นายชนาภัทร ผู้ต้องหาอีกรายที่ยังหลบหนีได้ติดต่อเจ้าหน้าที่ สน.หนองจอก เพื่อขอมอบตัวแล้ว
ในชั้นจับกุม นายศุภณัฐฯ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า “ในคืนวันเกิดเหตุ ตนเองและพวกขับรถจักรยานยนต์ไปตามท้องถนนและได้ขับสวนกับกลุ่มใดไม่ทราบ แต่เห็นว่ามีการชูนิ้วกลางขึ้นมาใส่กลุ่มของตน จึงได้ใช้อาวุธปืนยิงไปแต่ไม่โดนใคร โดยหลังเกิดเหตุก็ได้นำปืนไปทิ้งหมดแล้วเพราะรู้ว่าเจ้าหน้าที่จะต้องตามมาจับแน่ๆ และไม่คิดจะต่อสู้เพราะกลัวจะถูกวิสามัญ และยืนยันว่าการรวมตัวที่เซฟเฮ้าส์นี้เป็นแค่การมาตั้งวงกินน้ำกระท่อม ไม่ได้ไปก่อความวุ่นวายใดๆ
ส่วนหมวกกันน็อคจำนวนมากในบ้านนั้นเพราะเวลาคนไปๆมาๆก็จะชอบทิ้งไว้ที่บ้านของตน ยืนยันว่าบ้านหลังนี้ไม่ได้มีไว้ทำกิจกรรมใดๆทั้งสิ้น ส่วนเสื้อดอนผีบินในบ้านนั้นยืนยันว่าตนเองซื้อมาเองจริงๆไม่ได้ไปตบใครมา
หลังจับกุมตัว ได้นำตัวส่ง สน.หนองจอก เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมาย