จากกรณี นายนิพิฐพนธ์ อายุ 26 ปี ก่อเหตุฆาตกรรมว่าที่ร้อยโทสุเทพ ชัยนันตา อายุ 48 ปี ก่อนชิงรถยนต์นำไปใช้ก่อเหตุชิงทองบนห้างดังกลางเมืองเชียงใหม่นั้น
ล่าสุด พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี รอง ผบช.ภ.5 ซึ่งได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดีดังกล่าว เล่าตอนหนึ่งว่า ในส่วนของว่าที่ร้อยโทสุเทพ เหยื่อผู้เสียชีวิตที่ถูกสังหารโหดชิงรถยนต์ นั้นจากการสอบสวนพบว่าเป็นเพียงเหยื่อของคดี ซึ่งผู้ต้องหาสุ่มเรียกใช้บริการโดยมุ่งเป้าสังหารเพื่อชิงรถไม่ระบุว่าเป็นใครหรือใช้รถอะไร จึงตัดประเด็นเรื่องรู้เห็นเกี่ยวข้องกับคดีออกไป
ขณะที่พี่สาวของ ว่าที่ร้อยโทสุเทพ เหยื่อผู้เสียชีวิตที่ถูกฆาตกรรมชิงรถยนต์ ได้โพสต์จ้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงน้องชายโดยมีข้อความว่า "เกินกว่าจะเอ่ยถ้อยคำใด เรามีกันอยู่เพียง 2 คนพี่น้อง หากชาติหน้ามีจริงมาเจอกันอีกนะน้องรัก”
พร้อมกันนั้นเธอยังได้เล่าถึงความผูกพันของเธอกับน้องชาย โดยระบุว่า น้องเรียนจบปวส.สาขาไฟฟ้ากำลัง(อาคารขนาดใหญ่) จากวิทยาลัยเทคนิค ก่อนที่จะได้บรรจุเป็นพนักงานที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งใน จ.ระยอง เป็นเวลา 20 ปี หลังจากพ่อเสียจึงลาออกมาดูแลแม่กับป้าเต็มเวลา และมีอาชีพขับรถรับจ้างด้วยเพื่อส่งค่าผ่อนรถเดือนละ 6,500 บาท และค่าบ้านที่ระยอง 4,400 บาท/เดือน โดยพยายามเก็บหอมรอมริบ และหารายได้หลายทางทั้งเอาลำไยไปขาย เผาถ่าน และกำลังคิดจะปลูกผักไว้ขาย
“แต่ชะตาชีวิตแสนสั้นเพราะน้ำมือโจรน้องต้องจากไปอย่างไม่มีวันกลับ คุณความดีใดๆที่พี่ได้กระทำมาทั้งหมดขออุทิศให้ดวงวิญญาณของน้องสู่สัมปรายภพฝากไปดูแลพ่อที่บนฟ้าด้วยนะเมื่อถึงเวลาอันสมควรเราจะเจอกันที่นั่นรักน้องสุดหัวใจ จากพี่"
อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ดังกล่าว นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้มอบหมายให้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับสำนักงานยุติธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ปลพฝ่ายปกครองในพื้นที่ ลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ปล้นร้านทอง โดยหลังจากนี้ทางจังหวัดเชียงใหม่ จะได้มีการประสานสำนักงานยุติธรรมจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อพิจารณาให้เงินช่วยเหลือค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา เป็นจำนวนเงิน 150,000 บาทแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตต่อไป