จากกรณี นายสันติ อายุ 39 ปี อดีตนักมวย หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตามหมายจับสน.เตาปูนในคดีลักทรัพย์ โดยบุกเข้าบ้านหลังหนึ่งในซอยอินทามระ 29 พร้อมใช้อาวุธปืนยิงใส่ตำรวจ ก่อนหลบหนีไป
ต่อมาเวลา 01.00 น. เจ้าหน้าที่รับแจ้งว่า น.ส.พจนีย์ ซึ่งเป็นภรรยาของ นายสันติ ได้หลบหนีออกจากซอยที่เกิดเหตุ โดยมีพลเมืองดีเห็นเดินไปเข้าไปในบ้านร้าง 2 ชั้น ริมถนนวิภาวดีรังสิตขาออกใกล้แยกสุทธิสาร คาดว่าเกิดจากภาวะเครียดจากการที่สามีถูกเจ้าหน้าที่ปิดล้อมจับกุม
จากนั้นเวลา 01.45 น. น.ส.พจนีย์ ได้ใช้ปืนจี้ตัวเอง ก่อนเดินไปเปิดประตูหลังซ้ายของรถเก๋ง สายตรวจตำรวจ 191 จี้ตำรวจพลขับ บังคับให้ขับรถมุ่งหน้าวิภาวดีฯขาออก ไปจอดริมถนนธัญบุรี ต.ข้าวงาม อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนถือปืนลงจากรถ วิ่งหลบหนีเข้าป่าหายตัวไป
จากนั้นในเวลา 05.40 น. น.ส.พจนีย์ ได้ตัดสินใจปรากฏตัวต่อหน้าตำรวจ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้พยายามพูดเกลี้ยกล่อมให้วางอาวุธปืน ซึ่งน.ส.พจนีย์ ยังไม่มีท่าทีที่จะวางอาวุธปืน ทางเจ้าหน้าที่จึงต้องพยายามพูดจาเกลี้ยกล่อมอย่างต่อเนื่อง โดยได้ประสานให้อดีตนายจ้างของนายสันติพูดจาเกลี้ยกล่อม จนเมื่อเวลา 05.50 น. น.ส.พจนีย์ จึงยอมวางอาวุธปืนและเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
แจกลิสต์ “เมนูอาหารเจ 108 อย่าง” ทำกินได้ทุกวัน ตลอดเทศกาลกินเจ
โดย น.ส.พจนีย์ นั้นยังมีอาการร้องไห้ฟูมฟายไม่ได้สติ จนอดีตนายจ้างนายสันติจึงต้องพูดคุยเพื่อปลอบ โดยพบว่า น.ส.พจนีย์ นั้นมีบาดแผลที่ส้นเท้าซ้ายจากการถูกเศษแก้วบาดตั้งแต่ตึกร้างแยกสุทธิสารเมื่อคืน โดยได้มีการประสานรถพยาบาลจากโรงพยาบาลตำรวจมารับตัวเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ
โดยหลังจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดกั้นพื้นที่ เพื่อให้พิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบหาอาวุธปืนและร่องรอยที่หลักฐานในพื้นที่เกิดเหตุต่อไป