วันที่ 18 พ.ย. 2567 พ.ต.ท.ศิวัช พุ่มนุ่ม รอง ผกก.ป.สน.บางบอน ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลบางปะกอก 8 ว่ามีผู้ถูกอาวุธปืนยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสมารักษาตัวและได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมพ.ต.อ.นุกูล ครุฑศิริ ผกก.สน.บางบอน พ.ต.ท.ศุภกร กันทาลักษณ์ รอง ผกก.สส.สน.บางบอน และฝ่ายสืบสวนสน.บางบอน
ภายในห้องฉุกเฉินพบศพ ด.ช.พีรพัฒน์ อายุ 14 ปี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.ที่หน้าอกด้านซ้ายตัดขั้วหัวใจ กระสุนฝังใน
โดยนายสุรสิทธิ์ อายุ 18 ปี เพื่อนผู้ตายให้รายละเอียดว่า เหตุเกิดที่หน้าปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ในพื้นที่เขตบางบอน กรุงเทพฯ โดยต้นเรื่องคือ ผู้เสียชีวิต กับนายจักรพันธ์ อายุ 18 ปี(มือปืนผู้ก่อเหตุ) นายวรากรณ์ อายุ 17 ปี คนขี่จักรยานยนต์ และนายชาย ชาวเมียนมา ซึ่งทั้งหมดเป็นเพื่อนกัน เคยทำงานที่โรงงานเดียวกัน และพักอยู่ห้องเช่าเดียวกันย่านบางบอน ต่อมาในกลุ่มมีเรื่องบาดหมางกัน ทำให้นายจักรพันธ์ นายวรากรณ์ และนายชาย ต้องย้ายไปเช่าห้องพักย่านเขตบางแค
ทั้งนี้ผู้เสียชีวิตเคยยืมเงินและยังค้างเงินนายชายอยู่จำนวน 1,700 บาท ซึ่งในช่วงขนย้ายของออกจากที่พัก นายชายได้หยิบเอากางเกงยีนส์ของผู้ตายติดมือไปด้วย หลังจากนั้นผู้ตายทวงถามอยู่หลายครั้ง และโพสต์ทวงทางเฟซบุ๊ก จนเกิดปะทะกันในเฟซบุ๊กอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งมีการนัดเอากางเกงยีนส์มาคืนและเอาเงินมาคืนกันในปั๊มที่เกิดเหตุ แต่เมื่อถึงเวลา 22.20 น.วันที่17 พ.ย.ที่ผ่านมา กลุ่มตนมาด้วยกัน 5 คน รถจักรยานยนต์ 2 คัน
เมื่อมาถึงที่นัดหมายสังเกตุเห็นผู้เสียชีวิตมากับเพื่อนประมาณ 5 คน ซุ่มอยู่ในพุ่มไม้ เมื่อคนตายเห็นกลุ่มของตน ก็ได้ใช้ก้อนหินกระหน่ำขว้างใส่กลุ่มตน จนถูกนายจักรรินทร์ได้รับบาดเจ็บ กลุ่มตนจึงแยกย้ายกันหลบหนี ส่วนนายจักรพันธ์ ย้อนกลับไปเอาปืนที่บ้านพัก ซึ่งอยู่ใกล้กับปั๊มน้ำมัน โดยมีนายวรากรณ์เป็นคนขี่ย้อนกลับมาที่ปั๊มอีกรอบ เห็นผู้เสียชีวิตยังอยู่ที่เดิม จึงได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ไป1 นัด กระสุนถูกผู้ตายอย่างจัง เพื่อนจึงช่วยกันเอาตัวส่งโรงพยาบาลบาง และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนมือปืนกับคนขี่จักรยานยนต์หลบหนีไป
"บันยาญ่า" เข้าวินสนามสุดท้าย "มาร์ติน" ผงาดคว้าแชมป์โลก โมโตจีพี 2024
ต่อมา ร.ต.อ.ชูศักดิ์ เนตรสว่าง รอง สว.สส.สน.บางบอน พร้อมฝ่ายสืบสวนสน.บางบอน ได้เดินทางไปยังบ้านเช่าภายในซอยโพธิ์คำนาค แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่พักของนายจักรพันธ์กับนายวรากรณ์ โดยพบว่าทั้งคู่หลบอยู่ในบ้าน เจ้าหน้าที่เปิดประตูเข้าไปจับกุมตัวทั้งคู่พร้อมด้วยของกลาง อาวุธปืนแบลงค์กันขนาด 9 มม. 1 กระบอก ปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.1 ปลอก รถจักรยานยนต์ พร้อมนำตัวไปสอบสวนที่ สน.บางบอน
จากการสอบสวนนายจักรพันธ์ ให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุยิง ด.ช.พีรพัฒน์จริง เพราะแค้นที่ปาหินใส่เพื่อนได้รับบาดเจ็บ ส่วนอาวุธปืนซื้อมาจากในอินเตอร์เน็ตในราคา 7 พันบาทเอาไว้เพื่อป้องกันตัว ตำรวจจึงแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และยิงปืนในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร
ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัตินายจักรพันธ์ ไม่พบประวัติต้องโทษ ส่วนนายวรากรณ์ เคยต้องคดี ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และยิงปืนในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ติดคุกอยู่แค่ 6 เดือน ได้รับอภัยโทษออกมา จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป