เวลา 17.20 น. เฟซบุ๊กเพจ Pr.Songkhla ซึ่งเป็นเพจประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา โพสต์ข้อความแจ้งเหตุด่วน ระบุว่า เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงภายในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ จ.สงขลา สร้างความแตกตื่นให้กับครูและนักเรียนจำนวนมาก ต่างวิ่งหนีตาย เบื้องต้นมีรายงานว่าคนร้ายได้จับนักเรียนชั้น ม.5 ไว้เป็นตัวประกัน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างเข้าพื้นที่เพื่อควบคุมสถานการณ์ และเร่งช่วยเหลือตัวประกันอย่างเร่งด่วน
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าควบคุมและดูแลสถานการณ์อย่างเร่งด่วน เพื่อความปลอดภัยของผู้ที่อยู่ภายในโรงเรียนและพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางบริเวณหน้าโรงเรียนและพื้นที่โดยรอบเป็นการชั่วคราว พร้อมขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานราชการหรือแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้เท่านั้น
โดยผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ชายคุ้มคลั่งคนดังกล่าวถูกตำรวจจับมัดไว้ แล้วดิ้นจนหลุด เอาปืน M4 ตำรวจ เข้าไปยิงในโรงเรียน นักเรียนบาดเจ็บสาหัส 1 คน มีครูโดนจับเป็นตัวประกัน ประมาณ 5-6 คน สถานการณ์ล่าสุดอยู่ในระหว่างการปิดกั้นที่เกิดเหตุและดำเนินการตามยุทธวิธี
เบื้องต้นคนร้าย 1 คน อาวุธปืนยาว จับครูเป็นตัวตัวประกัน 1 คน ผู้บาดเจ็บ 1 คน เป็น ผอ.โรงเรียน กำลังนำส่ง รพ.มอ. มีเด็กติดบนตึกลงมาไม่ได้ เพราะคนร้ายอยู่ชั้นล่างของตึกมีเสียงปืนเป็นระยะๆ
โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่าได้รับรายงานเบื้องต้นจากผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสงขลา สตูล ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาขั้นต้นโรงเรียนนี้ ได้รับแจ้งเหตุตั้งแต่เวลา 16.30 น. มีคนร้ายบุกเข้าไปโรงเรียน ต้องการพบครูคนหนึ่ง แต่ไม่ได้พบ จึงไปประกาศเสียงตามสายตามหา แต่ครูดังกล่าวไม่ได้มาพบ
คนร้ายได้จับครูและนักเรียนเป็นตัวประกัน และมีรายงานว่าใช้อาวุธปืนยิงผู้อำนวยการโรงเรียน จำนวน 2 นัด เบื้องต้นถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว อย่างไรก็ตาม คนร้ายยังจับครูเป็นตัวประกัน ทางเจ้าหน้าที่อยูในพื้นที่ อยู่ระหว่างคลี่คลายสถานการณ์
สำหรับผู้ก่อเหตุเป็นพี่ชายของเด็กนักเรียนคนหนึ่งในโรงเรียน ส่วนกระแสข่าวที่ว่ามีนักเรียนถูกทำโทษ จนทำให้คนร้ายเข้ามาก่อเหตุในโรงเรียนนั้น ยังไม่มีการยืนยันข้อมูล และอยู่ระหว่างรอรายละเอียด เบื้องต้น บาดเจ็บ 3 ราย เป็น ผอ.โรงเรียนพะตงฯ 1 ราย โดนยิงที่แขนและชายโครงอาการสาหัส ขณะนี้รักษาตัวอยู่ รพ.มอ.,นักเรียนหญิง 1 ราย ถูกยิงที่แขนรักษาตัวที่ รพ.มอ. และอีก 1 ราย กระโดดหนีลงมาจากชั้น 2 ได้รับบาดเจ็บ รักษาตัวที่ รพ.หาดใหญ่
มีรายงานเพิ่มเติม ตำรวจเข้าควบคุมตัว ผู้ก่อเหตุได้แล้ว
นายกฯ สั่งเร่งคลี่คลายเหตุกราดยิง–จับตัวประกัน หาดใหญ่
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงเหตุคนร้ายบุกกราดยิงและจับครู-นักเรียนเป็นตัวประกัน ภายในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลา ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในขั้นตอนการเจรจากับผู้ก่อเหตุ โดยมีผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 แม่ทัพภาคที่ 4 บัญชาการอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งได้นำผู้ที่ได้รับบาดเจ็บรักษาตัวที่โรงพยาบาล
นายกรัฐมนตรี ย้ำอีกว่า เรื่องดังกล่าวถือเป็นสิ่งที่ต้องเร่งจัดการ เพราะทราบว่าผู้ก่อเหตุมีอาการคุ้มคลั่งจากสารเสพติด
สพฐ.เฝ้าระวังใกล้ชิด เหตุคนคลั่งบุกโรงเรียนหาดใหญ่
จากกรณีเหตุคนร้ายคลุ้มคลั่งบุกเข้าไปภายในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ก่อนใช้อาวุธก่อเหตุจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ และจับนักเรียนกับครูเป็นตัวประกัน สร้างความตื่นตระหนกให้กับครู นักเรียน และผู้ปกครองในพื้นที่เป็นอย่างมากนั้น
ล่าสุด ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว และมีความห่วงใยต่อความปลอดภัยของนักเรียน ครู และบุคลากรทุกคนอย่างยิ่ง โดยได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประสานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ พร้อมด้วยศึกษาธิการจังหวัด ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน
โดยเบื้องต้นจากรายงานพบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่การก่อการร้าย แต่เป็นเหตุบุคคลคลุ้มคลั่งก่อเหตุจับนักเรียนและครูเป็นตัวประกัน อย่างไรก็ตาม จะมีการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดรอบด้านอีกครั้ง เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจน โดยขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ดำเนินการสอบสวนตามขั้นตอนกฎหมาย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวย้ำว่า กระทรวงศึกษาธิการจะเร่งดำเนินการช่วยเหลือนักเรียน ครู ผู้บริหาร และบุคลากรที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ ทั้งด้านความปลอดภัยและการเยียวยาสภาพจิตใจ เพื่อให้ทุกคนกลับมามีขวัญและกำลังใจโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ เท่าที่ได้รับรายงาน โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์มีแผนเผชิญเหตุและมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวด โดยคณะผู้บริหารและครูได้ดำเนินการตามขั้นตอนอย่างรัดกุมในระหว่างเกิดเหตุ ซึ่งหลังจากนี้กระทรวงศึกษาธิการจะร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ทบทวนและยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในโรงเรียนทั่วประเทศให้เข้มงวดยิ่งขึ้น
“มาตรการที่เตรียมดำเนินการเพิ่มเติม ได้แก่ การเพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองบุคคลเข้า-ออกสถานศึกษา การซักซ้อมแผนเผชิญเหตุอย่างสม่ำเสมอ การจัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างใกล้ชิด ตลอดจนสร้างกลไกสนับสนุนด้านจิตวิทยา เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ครู นักเรียน และผู้ปกครองว่า โรงเรียนยังคงเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ ยืนยันว่า จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินการทุกมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ซ้ำอีกในอนาคต”