ภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพชายคนหนึ่ง ขับรถยนต์มาจอดหน้าบ้านหลังหนึ่งภายในซอยหทัยราษฎร์ 39 ก่อนลงจากรถและใช้อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ยิง น.ส.ปิยะนุช อดีตภรรยา จากนั้นหันปืนยิงนายวรโชติ สามีใหม่ของน.ส.ปิยะนุช จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันยิงปลิดชีพตนเอง ต่อมาตำรวจทราบชื่อผู้ก่อเหตุ คือ นายบอล อายุ 36 ปี อดีตสามีของ น.ส.ปิยะนุช
แม่ของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ขณะเกิดเหตุ ตนและลูกชายอยู่ภายในบ้าน จากนั้น น.ส.ปิยะนุช ได้พาแฟนใหม่มาที่บ้าน ก่อนที่นายบอล จะเดินทางมาถึง
เมื่อเข้าไปในบ้าน ผู้ก่อเหตุเดินขึ้นไปชั้น 2 เพื่อเก็บข้าวของที่ยังเหลืออยู่ หลังจากเลิกรากับอดีตภรรยา ระหว่างนั้นได้เห็นอดีตภรรยาและแฟนใหม่กำลังนั่งติดลอตเตอรี่ลงบนแผงจำหน่าย ซึ่งเป็นอาชีพของฝ่ายหญิง
หลังลงมาจากชั้น 2 ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงอดีตภรรยาและสามีใหม่ ก่อนยิงตัวเองเสียชีวิต โดยแม่ของผู้เสียชีวิตเชื่อว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากความหึงหวง เพราะเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา
น้องชายผู้เสียชีวิต เล่าว่า ขณะเกิดเหตุ พี่สาว พี่เขย และแม่ นั่งอยู่บริเวณชั้นล่าง ส่วนตนอยู่บนชั้น 2 จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 3 นัด จึงรีบวิ่งลงมาดู พบผู้ก่อเหตุกำลังใช้อาวุธปืนจ่อศีรษะตัวเองและลั่นไกต่อหน้าต่อตา
เมื่อเข้าไปตรวจสอบ พบพี่สาวถูกยิง 2 นัด บริเวณศีรษะ ยังมีลมหายใจอยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนจะเสียชีวิตจมกองเลือด ส่วนพี่เขยได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล
น้องชายยังบอกอีกว่า นายบอลกับพี่สาวใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมานานกว่า 10 ปี มีลูกชายด้วยกัน 1 คน อายุประมาณ 4 ขวบ โดยอ้างว่าผู้ก่อเหตุเป็นคนอารมณ์รุนแรงและมีพฤติกรรมเสพยาเสพติด อีกทั้งตนเองเคยมีเรื่องชกต่อยกับนายบอลมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ตลอดเวลาที่คบหากับพี่สาว ไม่เคยทำร้ายร่างกายกัน มีเพียงการทะเลาะและปากเสียงเท่านั้น
ส่วนสาเหตุที่ทั้งคู่เลิกรากัน ครอบครัวคาดว่าเป็นปัญหาเรื่องยาเสพติด โดยแยกทางกันมาเกือบ 1 ปี ก่อนหน้านี้ แม่ของผู้เสียชีวิตเคยพาลูกสาวเดินทางไปที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นบ้านของผู้ก่อเหตุ เพื่อพูดคุยและยุติความสัมพันธ์กันด้วยดี จากนั้นฝ่ายหญิงกลับมาใช้ชีวิตที่กรุงเทพมหานคร
ส่วนสามีใหม่ ทั้งคู่คบหากันได้ประมาณ 6 เดือน ครอบครัวเชื่อว่าทุกอย่างจบลงแล้ว เพราะผู้ก่อเหตุไม่เคยมารังควานหรือแสดงอาการหึงหวง กระทั่งกลับมาก่อเหตุสลดในครั้งนี้
ด้านเพื่อนบ้าน เปิดเผยว่า ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 3 นัด แต่ช่วงแรกไม่กล้าออกมาดู เพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย อีกทั้งไม่ทราบมาก่อนว่าทั้งสองฝ่ายมีปัญหาความสัมพันธ์ เนื่องจากต่างคนต่างทำงานและไม่ค่อยได้พูดคุยกัน รู้เพียงว่าผู้ก่อเหตุขับรถยนต์สีดำมาจอดหน้าบ้าน ก่อนเดินเข้าไป และไม่นานก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น
ต่อมาเวลา 16.20 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการอย่างเร่งด่วน