1. ชื่อจริงและครอบครัว
ชื่อจริงของแมผึ้ง่ พุ่มพวง ดวงจันทร์ คือ รำพึง จิตรหาญ เกิดที่บ้านหนองนกเขา ตำบลไพรนกยูง อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท เติบโตที่ตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุร ีเป็นบุตรีของนายสำราญ และนางเล็ก จิตรหาญ ครอบครัวมีอาชีพรับจ้างทำไร่อ้อยฐานะยากจน เป็นลูกคนที่ 5 ของบ้านในจำนวนถึง 12 คน
2.เธออ่านหนังสือไม่ออก
เธอสามารถร้องเพลงได้ จำเนื้อเพลงได้ โดยไม่รู้หนังสือเลย เพราะความยากจนบวกกับค่านิยมที่ผู้หญิงไม่จำเป็นต้องเรียนหนังสือของคนสมัยนั้น เธอต้องทำงานหาเลี้ยงน้องๆแทน
3.เก่งจนคนไม่ให้ประกวด
เพราะพุ่มพวงล่ารางวัลมาตั้งแต่อายุได้ 8 ขวบ ชนะมาตั้งแต่ศรีประจันต์ จากสุพรรณบุรี ไปจรด พระพุทธบาท สระบุรี จนคนอื่นที่เข้าประกวดยืนกรานจะไม่ยอมขึ้นเวที ถ้าพุ่มพวงไม่ถอย เพราะไม่อยากแข่งกับเธอ แข่งไปก็ไม่ชนะ
4. เพลงแรกของพุ่มพวง
เพลงแรกของเธอคือเพลง 'แก้วรอพี่' ที่ได้รับความเมตตาจาก ครูไวพจน์ เพชรสุพรรณ เป็นผู้แต่งและดำเนินการอัดเสียงให้เพื่อร้องแก้กับเพลง 'แก้วจ๋า' ซึ่งในขณะนั้นเธอใช้ชื่อ 'น้ำผึ้ง เมืองสุพรรณ' และร่วมแสดงดนตรีอยู่ในวงของครูไวพจน์ที่เป็นทั้งหัวหน้าวงและพ่อบุญธรรมของเธอ
5.เพลงสร้างชื่อ
พุ่มพวงได้รับการทาบทามให้เขาสังกัดอาโซน่าในเวลาต่อมา ทางต้นสังกัดให้เธอลองร้องเพลง 'สาวนาสั่งแฟน' ที่แต่งโดย ครูลพ บุรีรัตน์ ซึ่งเดิมตั้งใจว่าจะให้ ศิรินทรา นิยากร เป็นผู้ขับร้อง แต่เมื่อได้ฟังเพลงเสียงของพุ่มพวงแล้วเกิดเปลี่ยนใจ สลับเพลงนี้มาให้พุ่มพวงบันทึกเสียงแทน และประสบความสำเร็จจนคนรุ่นหลัง อาจจะคุ้นเนื้อเพลงที่ว่า 'ถ้าพี่กลับมา ซื้อผ้าตาๆฝากน้องบ้างเน้อ' แต่ไม่รู้ชื่อเพลง
6. เจ้าแม่ลูกทุ่งยุคบุกเบิก
แม้จะเก่งและดังมาก แต่แม่ผึ้งไม่เคยหยุดอยู่กับที่ เธอบินไปดูโชว์ที่เวกัส ซื้อบันทึกการแสดงสดของนักร้องดังต่างชาติมาดูเพื่อสะสมประสบการณ์ต่อยอดให้การแสดงของเธอแปลกตา ดุเด็ดเผ็ดมันกว่าลูกทุ่งยุคเดียวกันอย่างสิ้นเชิง และเรียกเสียงฮือฮาจากคนดูได้ตลอด ไม่ว่าจะจากท่าเต้น ลีลาบนเวทีและเครื่องแต่งกาย
7. เธอทำให้ลูกทุ่งไม่ใช่เพลงของชาวบ้านอย่างเดียวอีกต่อไป
ครั้งหนึ่งเธอเคยแสงคอนเสิร์ตใหญ่ที่โรงแรมดุสิตธานี โดยมี พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาธินัดดามาตุ และพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ได้เสด็จทอดพระเนตรการแสดงดนตรีครั้งนี้ ซึ่งระหว่างคอนเสิร์ต พระองค์ภาทรงพระราชทานมาลัยให้แก่พุ่มพวงที่หน้าเวทีด้วยพระองค์เอง
8. งานด้านอื่นก็ทำได้
พุ่มพวงเข้าสู่วงการภาพยนตร์ในปี พ.ศ. 2526 และแสดงหนังเรื่องแรก สงครามเพลง สร้างโดยฉลอง ภักดีวิจิตร และอีกหลายเรื่อง เช่น มนต์รักนักเพลง และผลงานการแสดงของเธอในฐานะนางเอก อย่างเช่น สงครามเพลง, รอยไม้เรียว, ผ่าโลกบันเทิง, นักร้อง นักเลง, นางสาวกะทิสด, มนต์รักนักเพลง, ลูกสาวคนใหม่, อีแต๋น ไอเลิฟยู, หลงเสียงนาง, จงอางผงาด, ขอโทษทีที่รัก, คุณนาย ป.4, อาจารย์เด๋อเจอพุ่มพวง, สาวนาสั่งแฟน, เสน่ห์นักร้อง, นางสาวยี่ส่าย (ภาพยนตร์โทรทัศน์) เป็นต้น
9.เป็นผู้ขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์
พุ่มพวง ดวงจันทร์ ได้รับรางวัลพระราชทานเสาอากาศทองคำพระราชทาน จากสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี จากเพลง "อกสาวเหนือสะอื้น" นอกจากนี้ ยังได้เป็นผู้ร้องเพลง "ส้มตำ" พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี อีกด้วย
10. เธอเสียชีวิตด้วยโรคร้าย
เธอเสียชีวิตด้วยโรค เอสแอลอี จากปกติที่ภูมิคุ้มกันในร่างกายจะต่อต้านเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม แต่กลับต่อต้านร่างกายของตัวเอง จนทำให้เกิดการอักเสบที่อวัยวะต่างๆ ถ้าเป็นรุนแรงจะมีการทำลายอวัยวะภายในด้วย
เธอรักษาอยู่โรงพยาบาลอยู่นาน แต่เมื่อพุ่มพวงอาการดีขึ้น ทางด้านญาติของพุ่มพวงมีความเห็นว่าควรรักษาด้วยไสยศาสตร์เนื่องจากเชื่อว่าถูกปองร้ายด้วยวิธีการคุณไสย จึงเดินทางออกจากโรงพยาบาลศิริราชเพื่อไปรักษาด้วยวิธีทางไสยศาสตร์ ไปจังหวัดพิษณุโลกโดยเดินทางด้วยรถตู้ แต่หลังจากกราบไหว้พระพุทธชินราช ก็เกิดอาการช็อคและหมดสติ ญาตินำส่งโรงพยาบาลพุทธชินราช กระทั่งถึงแก่กรรมอย่างสงบ
กับอีกข้อที่ไม่ต้องบอก คือบทเพลงของเธอยังคงตราตรึงใจและเป็นมรดกของวงการลูกทุ่งไทยมาจนทุกวันนี้