จากนี้เราจะต้องจำว่าเวลาของวันวันหนึ่ง จะจบลงที่ 23:59:60 นาฬิกา ไม่ใช่ 23:59:59 นาฬิกาอีกแล้ว
ซึ่งปรากฎการณ์นี้มีชื่อเรียกว่า อธิกวินาที หมายถึงการหมุนช้าลงของโลก ซึ่งมีสาเหตุหลายปัจจัยหนึ่งในนั้นคือ แรงไทดัล หรือแรงน้ำขึ้นน้ำลง ซึ่งเกิดจากการดวงจันทร์มีแรงโน้มถ่วงในบริเวณที่ใกล้โลกมากกว่าตรงใจกลางโลกแบบเดียวกันกับ ปรากฎน้ำขึ้นน้ำลงนั่นเอง
ว่ากันว่า แรงไทดัลนี้เกิดขึ้นมานานหลายร้อยปี ตั้งแต่พระจันทร์เกิดใหม่ๆ สั่งสมกันมาจนสุดท้ายดวงจันทร์โคจรโดยที่มวลของดวงจันทร์มากองรวมอยู่ตรงส่วนที่ดึงดูดกับโลก ทำให้เกิดแรงดึงที่ทำให้โลกหมุนช้าลง อาจเรียกได้อีกชื่อ ว่าแรงเสียดทานไทดัล
ก่อนเราจะมี 24 ชั่วโมงในหนึ่งวัน โลกของเราผ่านช่วงเวลาที่มีปีละ 400 วัน และ1 วันมีเพียง 22 ชั่วโมงมาก่อนด้วย ตามหลักฐานทางธรณีวิทยาและบรรพชีวินวิทยา การศึกษาฟอสซิลของปะการังบริเวณเขตน้ำขึ้นน้ำลงในช่วง 400 ล้านปีที่แล้ว
แต่การปรับอธิกวินาที (Leap Second) อย่างเป็นทางการเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2515 และครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 26 ในประวัติศาสตร์โลก ซึ่งหมายความว่า โลกได้หมุนช้าลง 26 วินาที หากอ้างอิงจากเวลาของนาฬิกาเชิงอะตอมก่อนที่จะมีการเปลี่ยนเวลา
ถึงเรื่องเล่าที่กล่าวมาจะฟังดูน่าตกใจอยู่พอควร แต่เราควรจะเก็บไว้เป็นความทรงจำมากกว่า เพราะการหมุนช้าลงของโลกจนต้องปรับเวลานี้เมื่อเฉลี่ยกับชีวิตของเราตั้งแต่เกิดจนตาย คือเปลี่ยนแปลงเพียง 0.001 วินาทีเท่านั้น
เท่ากับว่าเราแทบไม่รู้สึกอะไรกับความเปลี่ยนแปลงนี้เลย เพราะเป็นเวลาแค่ 'เสี้ยววินาที' จริงๆ ยกเว้นแต่ตอนดูเวลาผ่านระบบดิจิตอลเพราะทั่วโลกจะปรับเวลาอัตโนมัติผ่านเซิร์ฟเวอร์ NTP (Network Time Protocol) ซึ่งทำให้เวลาของทุกอุปกรณ์ในโลกตรงกัน
ที่สำคัญปรากฎการณ์จะมีขึ้นอีกไปเรื่อยๆ เพราะมีงานวิจัยที่ยืนยันได้ด้วยเลเซอร์ว่าดวงจันทร์ค่อยๆ ถอยห่างออกไป ประมาณปีละ 3.8 ซม. ซึ่งสอดคล้องกับอัตราการหมุนช้าลงของโลก 0.002 วินาทีต่อศตวรรษ นั่นก็คือ ทุกๆ หนึ่งล้านปี หนึ่งวันบนโลกจะนานขึ้นประมาณ 20 วินาที
แต่การเปลี่ยนแปลงเวลาในครั้งนี้ จะถือการปรับเปลี่ยนเวลาเพียงไม่กี่ครั้งที่จะเกิดขึ้นในช่วงชีวิตของเราเท่านั้น
เรียบเรียงข้อมูลจาก เว็บ dailymail , thaipbs , ch7